คลิปเสียง-ไลน์มัดแน่น! ศาลฎีกาฟัน “กำพล” ทุจริตเลือก สว. ตัดสิทธิสมัครเลือกตั้ง 10 ปี
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดง ลต สว 66/2569 ให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ นายกำพล เลิศเกียรติดำรงค์ เป็นเวลา 10 ปี หลังวินิจฉัยว่ามีพฤติการณ์ทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า มีน้ำหนักเพียงพอรับฟังได้ว่า นายกำพลเป็นผู้ติดต่อสั่งการให้มีการจัดหาบุคคลลงสมัคร สว. ในหลายกลุ่ม พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายรายละ 4,500 บาท เพื่อให้ลงคะแนนเลือกผู้สมัครตามที่กำหนดไว้ล่วงหน้า โดยมีทั้งคำให้การของพยานผู้ร่วมเหตุการณ์ คลิปเสียงสนทนา และข้อความในแอปพลิเคชันไลน์ที่เชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง
หลักฐานสำคัญที่ศาลให้น้ำหนัก ได้แก่ คลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ ระหว่างนายกำพลกับผู้ประสานงาน ซึ่งผ่านการตรวจพิสูจน์จากกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่พบการตัดต่อ รวมทั้งข้อความในแอปพลิเคชันไลน์ที่มีลักษณะเป็นคำสั่งเกี่ยวกับการลงคะแนนเลือกผู้สมัครในแต่ละกลุ่ม และข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์หลายครั้งในช่วงก่อนวันเลือกระดับอำเภอและระดับจังหวัด
ศาลเห็นว่า พฤติการณ์ทั้งหมดตั้งแต่การจัดหาผู้สมัคร การสนับสนุนค่าใช้จ่าย การกำหนดทิศทางการลงคะแนน ไปจนถึงการสั่งการผ่านไลน์ เป็นการกระทำที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน มีเจตนาเพื่อให้ผู้สมัครลงคะแนนให้แก่กัน อันเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมายที่กำหนดให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาต้องเป็นไปโดยอิสระ สุจริต และเที่ยงธรรม
คดีนี้นับเป็นอีกหนึ่งคำพิพากษาสำคัญที่เกิดขึ้นท่ามกลางการตรวจสอบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ปี 2567 ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่างเดินหน้าตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว. ในหลายพื้นที่ของประเทศอย่างต่อเนื่อง
คำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญของคดีเลือกตั้ง โดยศาลยืนยันว่าหลักฐานดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นคลิปเสียง ข้อความแชต และข้อมูลการติดต่อสื่อสาร หากมีการตรวจพิสูจน์และเชื่อมโยงกับพยานบุคคลอย่างครบถ้วน ก็สามารถใช้พิสูจน์การทุจริตเลือกตั้งได้อย่างมีน้ำหนักตามกฎหมาย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง, สำนักข่าวอิศรา
