ด่วน หยุดยิงแล้ว ! สหรัฐฯ-อิหร่าน บรรลุข้อตกลงประวัติศาสตร์ ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดอีกครั้ง
วันที่ 18 มิถุนายน 2569
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีพัฒนาการสำคัญ เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า ข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ได้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการแล้ว หลังผู้นำทั้งสองฝ่ายลงนามในข้อตกลงฉบับเบื้องต้นผ่านระบบดิจิทัล พร้อมเริ่มต้นกรอบเวลา 60 วัน เพื่อเจรจาจัดทำข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ในระยะต่อไป
ตามรายละเอียดของข้อตกลง ทั้งสองฝ่ายจะต้องยุติการสู้รบในทุกแนวรบทันที รวมถึงพื้นที่ความขัดแย้งในเลบานอน โดยกำหนดกรอบเวลาเจรจา 60 วัน ซึ่งสามารถขยายเวลาเพิ่มเติมได้หากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน
ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ จะทยอยยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลและมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านภายในระยะเวลา 30 วัน รวมถึงสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจอิหร่านร่วมกับประเทศพันธมิตรในภูมิภาค มูลค่าไม่น้อยกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ อิหร่านจะต้องไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และจะให้ความร่วมมือกับสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ในการจัดการยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก จะกลับมาเปิดใช้งานโดยไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน
ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการประชุม G7 ที่ประเทศฝรั่งเศสว่า ข้อตกลงดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามและป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมยืนยันว่า หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข สหรัฐฯ พร้อมกลับมาใช้มาตรการทางทหารอีกครั้ง
ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ระบุว่า แม้จะมีการลงนามในข้อตกลงแล้ว แต่อิหร่านยังคงไม่ไว้วางใจสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ และพร้อมปกป้องผลประโยชน์ของประเทศหากมีการละเมิดข้อตกลงเกิดขึ้น
ล่าสุด ทั้งฝ่ายสหรัฐฯ และอิหรันยืนยันตรงกันว่า การลงนามในข้อตกลงเบื้องต้นได้เสร็จสิ้นแล้ว และจะเดินหน้าสู่การประชุมสำคัญที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ เพื่อกำหนดรายละเอียดของข้อตกลงฉบับถาวรต่อไป
นักวิเคราะห์มองว่า ข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นพัฒนาการทางการทูตครั้งสำคัญที่สุดในรอบหลายปี และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง หากทั้งสองฝ่ายสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ได้อย่างครบถ้วน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : รายงานจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ, ทำเนียบขาว, Iran International และคำแถลงของผู้นำทั้งสองฝ่าย วันที่ 17-18 มิถุนายน 2569
