ก่อนหน้านี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ถูกพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามนำตัวไปยื่นคำร้องฝากขังต่อศาลอาญา ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันกรรโชกทรัพย์เซียนพระชื่อดังในจังหวัดชลบุรี เป็นเงินรวมกว่า 1.3 ล้านบาท
ตามคำร้องฝากขัง พนักงานสอบสวนระบุว่า ผู้เสียหายอ้างว่าถูกข่มขู่ให้หวาดกลัวว่าจะถูกเชื่อมโยงกับคดีบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย รวมถึงเกรงว่าจะถูกนำข้อมูลไปเผยแพร่ผ่านสื่อจนกระทบชื่อเสียง ทำให้ยินยอมจ่ายเงินให้เป็นรายเดือน เดือนละ 100,000 บาท ต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 13 เดือน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1.3 ล้านบาท
แนวทางการสอบสวนยังพบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงผ่านบุคคลหลายราย ก่อนจะมีการโอนเข้าสู่บัญชีที่เกี่ยวข้องกับชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม อย่างไรก็ตาม นายอัจฉริยะให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และยืนยันจะต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม
พนักงานสอบสวนยังคัดค้านการประกันตัว โดยอ้างว่าผู้ต้องหาเป็นบุคคลสาธารณะที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก และมีพฤติการณ์ที่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานในคดีได้ หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
ภายหลังการพิจารณา ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังตามคำร้อง แต่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างสอบสวน โดยใช้หลักทรัพย์จำนวน 400,000 บาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขเข้มงวด ห้ามกระทำการใดอันเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน ห้ามยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน และห้ามติดต่อหรือข่มขู่ผู้เสียหายและพยานในคดีอย่างเด็ดขาด มิฉะนั้นอาจถูกเพิกถอนสิทธิประกันตัวได้ทันที
คดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม โดยพนักงานสอบสวนระบุว่ายังต้องสอบพยานอีกหลายปาก รวมทั้งรอผลตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานต่างๆ ก่อนสรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง : รายงานข่าวจากศาลอาญา, กองบังคับการปราบปราม และสื่อมวลชนหลายสำนัก วันที่ 12 มิถุนายน 2569
