“รักชนก” ซัดคนชั่วเรืองอำนาจ ปมคอร์รัปชัน จวก “อนุทิน-สุชาติ” ให้ท้ายคนโกง
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างรุนแรง กรณีการรับมือปัญหาคอร์รัปชันและการขู่ฟ้องผู้เปิดเผยข้อมูล โดยระบุว่า ประเทศกำลังอยู่ใน “ยุคอันธพาลครองเมือง คนชั่วเรืองอำนาจ”
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 น.ส.รักชนก โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงความคิดเห็นต่อกรณีหน่วยงานรัฐและนักการเมืองบางส่วน ส่งสัญญาณดำเนินคดีกับผู้เปิดโปงข้อมูลการทุจริต โดยตั้งคำถามว่า หากถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความไม่โปร่งใส สิ่งที่ควรทำคือการตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ใช่การข่มขู่หรือฟ้องกลับผู้เปิดเผยข้อมูล
น.ส.รักชนก พาดพิงถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น ว่า ตั้งแต่กรณีตึก SKYY9 ไปจนถึงข้อกล่าวหาเรื่องการรับสินบนในกรมควบคุมมลพิษ กลับเลือกออกมาปกป้องข้าราชการและขู่ฟ้องคนที่เปิดเผยข้อมูล มากกว่าการเร่งตรวจสอบความจริง
ขณะเดียวกัน ยังวิจารณ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ว่า แทนที่จะออกมายืนยันคุ้มครองผู้เปิดโปงการทุจริต กลับให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่ถูกมองว่า “ให้ท้าย” ผู้กระทำผิด จนทำให้สังคมรู้สึกสิ้นหวังต่อการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในรัฐบาลชุดนี้
น.ส.รักชนก ยังระบุว่า พฤติกรรมลักษณะดังกล่าวเข้าข่าย “การฟ้องปิดปาก” หรือ SLAPP (Strategic Lawsuit Against Public Participation) ซึ่งส่งผลให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าออกมาตรวจสอบการทุจริต เพราะต้องเผชิญทั้งภาระค่าใช้จ่าย เวลา และผลกระทบทางจิตใจจากการต่อสู้คดี
“ยิ่งต้องสู้กับคนที่มีอำนาจเหนือกว่า ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น นายทุน นักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพล ยิ่งทำให้ประชาชนเสียเปรียบ” น.ส.รักชนก ระบุ
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ได้กระทบเพียงภาพลักษณ์รัฐบาล แต่ยังอาจกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีสากล โดยเฉพาะกรณีที่ไทยกำลังผลักดันการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งให้ความสำคัญกับเสรีภาพในการตรวจสอบและการป้องกันการฟ้องปิดปากประชาชน
“เหมือนประชาชนคนตาดำๆ ต้องสู้กับนายกของประเทศตัวเอง ที่ให้ท้ายพวกคอร์รัปชัน จะสู้ยังไง” น.ส.รักชนก ระบุทิ้งท้ายอย่างเผ็ดร้อน
