ข่าวประจำวัน » มานะซัดแรง!! การเมืองไทยติดกับดัก “พวกพ้อง” ฉุดแก้โกงเชิงระบบ

มานะซัดแรง!! การเมืองไทยติดกับดัก “พวกพ้อง” ฉุดแก้โกงเชิงระบบ

6 May 2026
48   0

มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ระบุว่า

“สู้ไปก็สิ้นพวก ไม่สู้ก็สิ้นชาติ” เมื่อนายกอนุทินประกาศแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง

น่าแปลกใจกับคำแถลงต่อรัฐสภาของท่านนายกอนุทินว่าจะ “แก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง” ที่สามารถควบคุมกลไกของรัฐให้ “โกงยาก” และ “หยุดปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำ” ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่ระบบ กติกา หรือโครงสร้างอำนาจและสถาบันรัฐ เช่น กฎหมาย หน่วยงาน/องค์กร โครงสร้างเศรษฐกิจ/สังคม 

นโยบายนี้สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง แต่น่าเป็นห่วงว่าจะทำได้จริงเพียงใด เพราะปรกติแล้วนักการเมืองจะไม่ทำเรื่องใหญ่ที่พรรคพวกตนเสียประโยชน์ 

เราลองพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ก่อนจะไปสู่บทสรุป

1. สำนักงานประกันสังคม ควักเงิน 7 พันล้านบาท ซื้อตึกราคาจริงเพียง 3.5 พันล้านบาท 

ทุกฝ่ายอ้างว่าถูกระเบียบ เป็นไปตามขั้นตอน ทั้งนักการเมืองและข้าราชการไม่มีใครผิด ผู้ขายตึกก็ไม่ผิด แต่เงินของประชาชนถูกใช้อย่างไม่สมเหตุสมผล ประเทศเสียหาย! จะไม่มีใครต้องรับผิดชอบได้อย่างไร! คนผิดลอยนวลกลายเป็นเรื่องปรกติไปแล้วจริงหรือ?

2. งานวันเกิดปลัดกระทรวงศึกษาฯ 

มีข้าราชการนับร้อยแห่แหนไปร่วมฉลอง ใช้รถหลวงขนคนขนสัมภาระ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแทบทุกวัน จนใครๆ เห็นเป็นธรรมเนียม! แต่มันคือระบบอุปถัมภ์ วิ่งเต้นเส้นสาย ผู้น้อยเอาใจนาย คนเป็นใหญ่ได้แสดงอำนาจบารมี เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน เบียดบังใช้ของหลวง

3. เจ้าหน้าที่ถูกจับติดคุกเพราะเรียกรับเงินใต้โต๊ะแลกออกใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน 

แน่นอนว่าคนโกงต้องติดคุก แต่ทันทีที่คนใหม่ย้ายมาแทนก็จะรีดไถชาวบ้านต่อไป เพราะเขารู้ดีว่าตำแหน่งนี้หากินกันอย่างไร ต้องส่งส่วยให้นายแค่ไหน ระบบงานและสภาพแวดล้อมยังโกงง่ายเหมือนเดิม คนเก่าไปคนใหม่มา ชาวบ้านยังเดือดร้อนต่อไป 

คอร์รัปชันเหล่านี้ไม่เคยหมดไป แม้หนทางเอาชนะมีอยู่แต่ผู้บริหารประเทศและข้าราชการระดับสูงไม่เอาด้วย จากเหตุผล “3 ไม่” คือ 

ไม่กล้า……เพราะมันยาก เกรงจะเป็นภาระใหญ่  

ไม่ทำ……..เพราะกลัวขัดใจเพื่อน กลัวพวกตนจะเสียโอกาส หรืออาจโดนเล่นงานเสียเอง

ไม่สนใจ….เพราะไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่อยากทำ ไม่อยากเปลี่ยนแปลง  

ความไร้สำนึกเช่นนี้ ทำให้นึกถึงคำพูดของคุณบรรยงค์ พงษ์พานิช เรื่องคอร์รัปชันที่ว่า “สู้ไปก็สิ้นพวก ไม่สู้ก็สิ้นชาติ” ซึ่งผู้เขียนมองว่า นักการเมืองไทยส่วนมากนิยมเลือกพรรคพวก มากกว่ากลัวสิ้นชาติ ไม่สำเหนียกถึงอนาคตบ้านเมือง จนตกต่ำเช่นทุกวันนี้  

การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมายเสมอไป โดยอาจเริ่มจาก

1. เปิดงบให้ประชาชนตรวจสอบอย่างโปร่งใสได้มาตรฐานสากล 

2. “สร้างรัฐประสิทธิภาพสูง ลดแรงจูงใจคอร์รัปชัน” พัฒนาระบบงานและการบริการประชาชน ให้ทันสมัย เอาประโยชน์ประชาชนเป็นเป้าหมาย ใช้เทคโนโลยี่ที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ยกคุณภาพคนและเพิ่มรายได้ให้เจ้าหน้าที่ 

3. ทำให้ชัดว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีอะไรทำได้ ทำไม่ได้ ด้วยกฎหมายป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ฯ

4. ทุ่มเทป้องกันคอร์รัปชันในหน่วยงาน ผู้บังคับบัญชาต้องประกาศมาตรการป้องกันคอร์รัปชันในหน่วยงานของตน หากมีผู้กระทำผิดผู้บังคับบัญชาต้องร่วมรับผิดชอบด้วย 

5. มีกติกาชัดเจนในการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากร มีกระบวนการที่เปิดเผย ยึดถือผลงาน ความสามารถและความเหมาะสมต่อตำแหน่งเป็นหลัก

6. จริงจังกับการตรวจสอบทรัพย์สินและความร่ำรวยผิดปรกติของเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้เทคโนโลยี่ที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานรัฐและสถาบันการเงิน

7. เปิดรับฟังความเห็นในทุกโครงการลงทุนของรัฐ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบ ตั้งแต่เริ่มเสนอโครงการไปจนเสร็จสิ้นกระบวนการจัดซื้อฯ 

8. หยุด! นักการเมืองแทรกแซงการทำงานและแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ 

บทสรุป

เมื่อระบบราชการด้อยประสิทธิภาพ คอร์รัปชันย่อมเกิดขึ้นได้ง่าย ขณะที่เครือข่ายของคนโกงฝังตัวอยู่ในระบบราชการ การไล่จับเอาคนมาผิดลงโทษเป็นรายกรณีจึงไม่สามารถหยุดอะไรได้ หนทางเดียวคือต้องกล้าเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของกฎหมาย ธรรมเนียมปฏิบัติ ยกระดับกลไกตรวจสอบถ่วงดุล รื้อระบบและโครงสร้างหน่วยงานของรัฐอย่างจริงจัง 

วันนี้ เรามาช่วยกันสนับสนุนท่านนายกอนุทินแก้ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างได้สำเร็จเถอะครับ

มานะ นิมิตรมงคล

ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)

5 พฤษภาคม 2569