ข่าวประจำวัน » เศรษฐกิจ » ⚡ยิ่งขุดยิ่งเจอ “ภาษีกู” !! “อ.วีระ” จี้ พช. เปิดบัญชี OTOP ใช้ภาษีประชาชนมหาศาล แต่ร้านยิ่งทำยิ่งเจ๊ง

⚡ยิ่งขุดยิ่งเจอ “ภาษีกู” !! “อ.วีระ” จี้ พช. เปิดบัญชี OTOP ใช้ภาษีประชาชนมหาศาล แต่ร้านยิ่งทำยิ่งเจ๊ง

26 July 2026
11   0

กรุงเทพฯ 23 กรกฎาคม 2569 — ประเด็นการใช้งบประมาณภาครัฐกับโครงการ OTOP ถูกจับขึ้นเขียงกลางวงพิจารณางบประมาณ เมื่อ นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ตั้งคำถามต่อ กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย ถึงความคุ้มค่าของเงินที่รัฐทุ่มลงไปสนับสนุน OTOP ตั้งแต่การจัดมหกรรมสินค้า การสร้างและสนับสนุนร้านค้า ไปจนถึงโครงการที่วันนี้เลิกกิจการหรือถูกรื้อไปแล้ว

ประเด็นสำคัญที่นายวีระต้องการคำตอบคือ “ตัวเลขจริง”

ทั้งจำนวนครั้งของการจัดงาน OTOP จำนวนจังหวัดและผู้ประกอบการที่เข้าร่วม ค่าเช่าสถานที่ ต้นทุนการจัดงาน ตลอดจนงบประมาณสนับสนุนทั้งหมด เพื่อนำมาเทียบกับตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจของ OTOP ที่มีการรายงานในระดับประมาณ 3 แสนล้านบาท

คำถามจึงไม่ได้อยู่แค่ว่า “ขายได้เท่าไหร่” แต่ต้องตอบให้ได้ด้วยว่า รัฐใส่เงินลงไปเท่าไหร่ จึงสร้างยอดขายเหล่านั้นขึ้นมาได้

นายวีระยังขอข้อมูลย้อนหลังถึงจำนวน ร้าน OTOP ที่ภาครัฐเคยใช้งบประมาณสนับสนุนทั่วประเทศ ว่ามีกี่แห่ง และในจำนวนดังกล่าว ปัจจุบันยังเปิดดำเนินการอยู่เท่าใด ปิดกิจการหรือเลิกดำเนินงานไปแล้วกี่แห่ง เพื่อให้กรรมาธิการเห็นภาพผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริงของเงินงบประมาณ

อีกจุดที่ถูกหยิบขึ้นมาถามแบบเจาะตรงคือ โครงการร้าน OTOP บริเวณใต้ทางด่วนรามอินทรา–อาจณรงค์ ซึ่งนายวีระระบุจากการสังเกตว่าปัจจุบันถูกรื้อออกไปแล้ว จึงต้องการทราบว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณของรัฐไปเท่าใด ผลประกอบการเป็นอย่างไร ขาดทุนหรือไม่ และทั่วประเทศยังมีโครงการลักษณะเดียวกันที่ปิดหรือยุติกิจการอีกกี่แห่ง

อย่างไรก็ตาม นายวีระย้ำว่า การซักถามไม่ได้มุ่งตำหนิผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชนเป็นการส่วนตัว แต่ต้องการให้หน่วยงานราชการนำเสนอข้อมูล “ทั้งด้านที่สำเร็จและด้านที่ล้มเหลว” เพราะการพิจารณางบประมาณไม่ควรดูเฉพาะตัวเลขความสำเร็จ แต่ต้องรู้ด้วยว่าโครงการใดไม่ประสบผล เพื่อป้องกันการนำเงินภาษีไปทำซ้ำในสิ่งที่ไม่คุ้มค่า

อีกด้าน OTOP ยังทำยอดขายมหาศาล

ข้อมูลจากกรมการพัฒนาชุมชนที่ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า โครงการ OTOP ยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

ล่าสุดงาน OTOP Midyear 2026 จัดระหว่างวันที่ 20–28 มิถุนายน 2569 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยกรมการพัฒนาชุมชนรายงานว่า เพียง 5 วันแรกมียอดจำหน่ายสะสมกว่า 438.7 ล้านบาท 

และเมื่อถึงวันสุดท้าย วันที่ 28 มิถุนายน 2569 กรมการพัฒนาชุมชนรายงานยอดจำหน่ายสะสมทะลุ 744 ล้านบาท ตลอดการจัดงาน 9 วัน 

จุดนี้ทำให้คำถามของนายวีระน่าสนใจยิ่งขึ้น เพราะ “ยอดขายสูง” ไม่ได้ตอบคำถามเรื่อง “ความคุ้มค่าของงบประมาณ” ทั้งหมด

หากจะวัดผล OTOP อย่างรอบด้าน จึงอาจต้องเปิดทั้งสองบัญชีพร้อมกัน—ด้านหนึ่งคือยอดขาย รายได้ และผู้ประกอบการที่เติบโต แต่อีกด้านต้องเปิดต้นทุนจากเงินภาษี จำนวนโครงการที่ล้มเหลว ร้านค้าที่ปิดตัว และทรัพย์สินที่สร้างขึ้นแล้วไม่ได้ใช้ประโยชน์

สุดท้ายตัวเลขที่สังคมต้องการเห็นจึงไม่ใช่เพียง “OTOP ทำเงินได้กี่แสนล้าน” แต่คือ รัฐใช้เงินประชาชนไปกี่บาท ได้ผลตอบแทนกลับมาเท่าใด และมีโครงการกี่แห่งที่สร้างเสร็จแล้วไปไม่รอด

นี่คือโจทย์ที่กรมการพัฒนาชุมชนต้องตอบด้วยข้อมูล เพราะทุกบาทที่ลงไป ไม่ใช่เงินของหน่วยงาน แต่คือ เงินภาษีของประชาชน

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: การอภิปรายของนายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570, กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และข้อมูลรัฐบาลไทยเกี่ยวกับ OTOP Midyear 2026 

#วิหคนิวส์ #วีระธีระภัทรานนท์ #อาจารย์วีระ #OTOP #หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ #กรมการพัฒนาชุมชน #พช #งบประมาณ2570 #งบประมาณแผ่นดิน #เงินภาษี #ตรวจสอบงบประมาณ #OTOPMidyear2026 #กระทรวงมหาดไทย #เศรษฐกิจฐานราก