เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » ⚡เอาให้สุด หยุดที่เดิม !! “รอมฎอน” ย้ำรัฐไม่มีสิทธิ์ฆ่า แม้เป็น BRN กว่า 1,300 คน แค่ผู้เห็นต่าง หลังก่อเหตุสังหารหมู่ทหาร ประชาชน 

⚡เอาให้สุด หยุดที่เดิม !! “รอมฎอน” ย้ำรัฐไม่มีสิทธิ์ฆ่า แม้เป็น BRN กว่า 1,300 คน แค่ผู้เห็นต่าง หลังก่อเหตุสังหารหมู่ทหาร ประชาชน 

25 July 2026
2   0

กรุงเทพฯ 24 กรกฎาคม 2569 — กลายเป็นประเด็นการเมืองและความมั่นคงที่ถูกจับตาอย่างหนัก เมื่อคำกล่าวของ นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เกี่ยวกับสมาชิกขบวนการ BRN กว่า 1,300 คน ถูกนำกลับมาเผยแพร่และวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเจ้าตัวยืนยันหลักการว่า ต่อให้ยอมรับว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นสมาชิก BRN จริง ก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐจะมีสิทธิ์สังหารหรือทำร้ายโดยปราศจากกระบวนการตามกฎหมาย 

สาระสำคัญของคำกล่าวอยู่ที่แนวคิดว่า “รัฐที่ชอบธรรมไม่มีสิทธิ์ฆ่าประชาชน หรือฆ่าผู้เห็นต่างทางการเมือง” และการเป็นสมาชิกองค์กรใดองค์กรหนึ่งไม่ใช่เหตุที่ทำให้รัฐสามารถสังหารบุคคลนั้นได้โดยอัตโนมัติ 

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกประเด็นให้ชัดเจนว่า คำกล่าวดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่ารัฐไม่มีสิทธิ์จับกุม ดำเนินคดี หรือใช้กำลังตามความจำเป็นเมื่อเผชิญภัยคุกคามเฉพาะหน้า ประเด็นที่นายรอมฎอนกำลังพูดถึงคือการไม่ใช้การสังหารนอกกระบวนการกฎหมายเพียงเพราะบุคคลถูกระบุว่าเป็นสมาชิก BRN

จังหวะร้อน หลัง 5 ทหารพรานถูกสังหาร

ประเด็นนี้ยิ่งร้อนแรงหลังเหตุการณ์เมื่อ 22 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 18.45 น. กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนและระเบิดไปป์บอมบ์โจมตี จุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บหลายราย 

เหตุการณ์สร้างแรงกระเพื่อมทันทีในฝ่ายความมั่นคง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พร้อมติดตามมาตรการค้นหาผู้ก่อเหตุ ขณะที่กองทัพยืนยันการดูแลสิทธิและสวัสดิการครอบครัวทหารที่เสียชีวิต 

ล่าสุด 24 กรกฎาคม 2569 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสยกระดับมาตรการความมั่นคง ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกเพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการตั้งจุดตรวจ ปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม และติดตามผู้ต้องสงสัยจากเหตุโจมตีดังกล่าว 

จึงเกิดคำถามใหญ่ขึ้นมาทันทีว่า เส้นแบ่งระหว่าง “การรักษาหลักสิทธิมนุษยชน” กับ “การใช้อำนาจรัฐเพื่อหยุดผู้ก่อความรุนแรง” ควรอยู่ตรงไหน

ฝ่ายที่เห็นด้วยกับแนวคิดของนายรอมฎอนมองว่า แม้ผู้ต้องสงสัยจะเกี่ยวข้องกับ BRN รัฐก็ต้องใช้หลักฐาน การจับกุม การสอบสวน และกระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก เพราะการถูกกล่าวหาหรือเป็นสมาชิกองค์กรไม่ได้ทำให้บุคคลสูญเสียสิทธิที่จะได้รับกระบวนการตามกฎหมาย

แต่อีกด้านหนึ่ง เหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามีซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิตถึง 5 นาย ก็ก่อให้เกิดเสียงเรียกร้องอย่างหนักให้รัฐใช้มาตรการด้านความมั่นคงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจับกุมผู้ลงมือ ผู้สั่งการ และผู้สนับสนุนมาดำเนินคดี โดยเฉพาะเมื่อผู้ก่อเหตุใช้อาวุธร้ายแรงโจมตีเจ้าหน้าที่และทำให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บ

ประเด็นจึงไม่ควรถูกลดทอนเหลือเพียงคำถามว่า “รัฐฆ่า BRN ได้หรือไม่ได้” เพราะตามหลักกฎหมาย การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ความจำเป็น และความได้สัดส่วน หากบุคคลยอมให้จับกุมก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่หากมีภัยคุกคามต่อชีวิตในขณะปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ก็มีกรอบกฎหมายเกี่ยวกับการใช้กำลังรองรับ

สิ่งที่สังคมต้องจับตาหลังจากนี้จึงมีสองเรื่องพร้อมกัน คือ ผู้ก่อเหตุสังหารทหารพราน 5 นายต้องถูกติดตามตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกัน การปฏิบัติการของรัฐก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย เพื่อไม่เปิดช่องให้ความรุนแรงรอบใหม่กลายเป็นเชื้อไฟขยายความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: NEWS1/ผู้จัดการออนไลน์; Thai PBS; ข้อมูลการปฏิบัติการของหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส และรายงานสถานการณ์เหตุโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี วันที่ 22–24 กรกฎาคม 2569 

#วิหคนิวส์ #รอมฎอนปันจอร์ #รอมฎอน #พรรคประชาชน #BRN #บีอาร์เอ็น #ชายแดนใต้ #นราธิวาส #ทหารพราน #บูเก๊ะซามี #ความมั่นคง #สิทธิมนุษยชน #กฎอัยการศึก #จังหวัดชายแดนภาคใต้ #กระบวนการยุติธรรม