22 กรกฎาคม 2569
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศจุดยืนเข้มเรื่องการพกพาอาวุธปืน โดยย้ำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่า ประชาชนทั่วไปไม่สามารถพกอาวุธปืนไปในที่สาธารณะได้ตามอำเภอใจ ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่ได้มีสิทธิพกได้ตลอดเวลา หากไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเช่นเดียวกัน
นายอนุทินกล่าวระหว่างมอบนโยบายด้านความมั่นคงแก่ข้าราชการทหาร ตำรวจ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน รวมประมาณ 1,200 คน ณ สวนนงนุชพัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2569
ใจความสำคัญคือการสั่งเดินหน้าเชิงรุกกับการพกอาวุธปืน หลังเกิดข้อถกเถียงในสังคมว่าเหตุใดประชาชนจึงถูกจำกัดการพกปืน ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบางกลุ่มสามารถมีอาวุธติดตัวได้
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นอดีตข้าราชการ นักธุรกิจ หรือบุคคลใด แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ หากไม่ได้อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ก็ไม่ได้มีสิทธิพกอาวุธปืนโดยอัตโนมัติ
ป.4 มีปืนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่า “พกไปไหนก็ได้”
ประเด็นนี้มีข้อกฎหมายสำคัญที่ต้องแยกให้ชัด เพราะ ใบอนุญาต ป.4 เป็นใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ถือใบอนุญาตจะสามารถนำปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะได้โดยเสรี
รัฐบาลเคยย้ำว่า การพาอาวุธปืนไปในพื้นที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรอาจเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ มาตรา 8 ทวิ โดยกรณีฝ่าฝืนมาตรา 8 ทวิ มีบทลงโทษตามมาตรา 72 ทวิ
ดังนั้น การกล่าวว่า “ชาวบ้านห้ามพกปืน” ในทางกฎหมายจึงต้องเข้าใจประกอบเงื่อนไขและข้อยกเว้นตามกฎหมาย ไม่ใช่ว่าการครอบครองปืนที่ได้รับอนุญาตถูกยกเลิกทั้งหมด
ย้อนมาตรการ “ป.12” เริ่มเข้มมาตั้งแต่ปี 2566
มาตรการคุมเข้มไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น โดยเมื่อ 20 ธันวาคม 2566 กระทรวงมหาดไทยเริ่มมาตรการห้ามออกใบอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว หรือ ป.12 เป็นการชั่วคราว 1 ปี เพื่อสกัดปัญหาการนำปืนไปก่อเหตุในพื้นที่สาธารณะ โดยมีข้อยกเว้นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่ทางราชการ
ต่อมาในปี 2568 มีการออกคำสั่งห้ามออก ป.12 อีก 1 ปี มีผลตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 โดยรัฐบาลให้เหตุผลเรื่องการลดโอกาสการใช้ปืนก่อความรุนแรงและสร้างความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ
และล่าสุดเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทินลงนามคำสั่งที่ 429/2569 ห้ามออกใบอนุญาตพกพาอาวุธปืน ป.12 ทั่วประเทศเป็นการชั่วคราวอีก 1 ปี สะท้อนว่ามาตรการจำกัดการพกปืนยังถูกเดินหน้าต่อเนื่อง
ลั่นเห็นคนดังพกปืน ต้องดำเนินการ
นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีที่พบเห็นผู้มีชื่อเสียงปรากฏตัวในรายการหรือสื่อพร้อมอาวุธปืน โดยย้ำให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ไม่ควรปล่อยผ่านเพียงเพราะเป็นบุคคลมีชื่อเสียง
สำหรับการขนย้ายอาวุธ นายกรัฐมนตรีระบุในทำนองว่า ไม่ควรเหน็บปืนไว้ที่เอวหรือพร้อมใช้งาน และหากนำไปในรถต้องจัดเก็บให้ถูกต้อง เช่น แยกแม็กกาซีนออกจากตัวปืน โดยต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเหตุแห่งการนำพาเป็นรายกรณีตามกฎหมาย
นายกรัฐมนตรีจึงกำชับเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการเชิงรุกกับผู้ที่พกอาวุธโดยไม่มีสิทธิหรือฝ่าฝืนกฎหมาย โดยมองว่าเมื่อความขัดแย้งมีอาวุธปืนเข้ามาเกี่ยวข้อง โอกาสที่จะเกิดความสูญเสียย่อมรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สาระสำคัญจึงไม่ใช่การห้ามประชาชน “มีปืน” ทุกกรณี แต่คือการคุมเข้มการ “พกปืนออกสู่พื้นที่สาธารณะ” และการงดออกใบอนุญาต ป.12 เป็นการชั่วคราว โดยผู้มี ป.4 ก็ไม่ได้มีสิทธิพกพาปืนในที่สาธารณะโดยอัตโนมัติ
มาตรการครั้งนี้จึงเป็นอีกสัญญาณว่า รัฐบาลกำลังเลือกใช้แนวทาง “ลดปืนบนถนน” และประกาศให้เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายโดยไม่ควรเลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป คนดัง นักธุรกิจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: คำกล่าวนายอนุทิน ชาญวีรกูล วันที่ 22 กรกฎาคม 2569; สำนักประชาสัมพันธ์รัฐบาล/กรมประชาสัมพันธ์; Thai PBS และข้อมูลคำสั่งกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับใบอนุญาต ป.12
#อนุทิน #พกปืน #ห้ามพกปืน #อาวุธปืน #ป12 #ป4 #กระทรวงมหาดไทย #กฎหมายปืน #ความมั่นคง #ชลบุรี #สวนนงนุช #ข่าวการเมือง #วิหคนิวส์ #สำนักข่าววิหคนิวส์

