เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2569
คณะผู้แทนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) พร้อมผู้บริหารจาก ธนาคารพัฒนาลาว (LDB) เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อประสานความร่วมมือด้านคดีอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีประเด็นสำคัญทั้งการดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับธนาคาร และติดตามความคืบหน้าคดีหลอกลวงนักธุรกิจลาวมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท
คณะผู้แทนลาวยืนยันว่า ข้อกล่าวหาซึ่งเผยแพร่ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียจำนวน 3 บัญชี ที่ระบุว่าธนาคารพัฒนาลาวเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินให้เครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ เป็นข้อมูลอันเป็นเท็จ ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงินและภาพลักษณ์ของประเทศ จึงขอให้ตำรวจไทยดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
ในวันเดียวกัน ฝ่ายลาวยังได้ติดตามความคืบหน้าคดีสำคัญ ซึ่งนักธุรกิจรายใหญ่ของ สปป.ลาว ถูกหลอกให้ร่วมลงทุนในโครงการด้านอสังหาริมทรัพย์ หุ้น และพลังงาน จนได้รับความเสียหายรวมกว่า 1,000 ล้านบาท โดยคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนของตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมีการจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดทรัพย์สินบางส่วนแล้ว พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและเส้นทางการเงินเพิ่มเติม รวมถึงประสานงานกับตำรวจสากลเพื่อติดตามผู้ต้องหาที่หลบหนีออกนอกประเทศ
จากแนวทางการสอบสวน พบว่าคดีมีความเชื่อมโยงกับการหลอกลวงด้านการลงทุนและการฟอกเงินข้ามพรมแดน เจ้าหน้าที่จึงเร่งติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการนำเงินกลับคืนแก่ผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด
คดีนี้นับเป็นอีกหนึ่งคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจข้ามชาติที่สร้างความเสียหายมูลค่าสูง และสะท้อนความร่วมมือระหว่างไทยกับ สปป.ลาว ในการปราบปรามเครือข่ายฉ้อโกงและอาชญากรรมทางการเงินที่กระทบต่อประชาชนและนักลงทุนในภูมิภาค
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: เดลินิวส์, อมรินทร์ทีวี, The Standard, แนวหน้า
#ลาว #CIB #ตำรวจสอบสวนกลาง #ธนาคารพัฒนาลาว #LDB #แก๊งสแกมเมอร์ #หลอกลงทุน #ฟอกเงิน #อาชญากรรมข้ามชาติ #สำนักข่าววิหคนิวส์
