⚖️ เจาะลึก”การกระทำ” ที่ขัดรัฐธรรมนูญ กับเกราะคุ้มกัน “สิทธิเลือกตั้งโดยลับ” 🗳️
จากบรรทัดฐานคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในอดีต สู่กลไกคุ้มครองสิทธิในปัจจุบัน ประเด็น “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” ที่อาจกระทบต่อหลักการเลือกตั้งโดยลับ มีช่องทางต่อสู้ที่สำคัญทางกฎหมายดังนี้:
📜 1. รากฐานอำนาจ: จาก รธน. 2540 สู่ 2560
อำนาจในการตรวจสอบ “การกระทำ” ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นหัวใจของศาลรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด:
- รธน. 2540 มาตรา 198: บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า นอกจากศาลจะมีอำนาจวินิจฉัยปัญหา “บทบัญญัติแห่งกฎหมาย” แล้ว ยังมีอำนาจวินิจฉัยว่า “การกระทำใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ” ได้ด้วย 🏛️ นี่คือจุดกำเนิดของคำวินิจฉัยที่ 9/2549 (คดีจัดคูหาเลือกตั้ง)
- รธน. 2550 มาตรา 212: (จุดเปลี่ยน) บัญญัติให้สิทธิประชาชนยื่นคำร้องได้เฉพาะปัญหาบทบัญญัติแห่งกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญเท่านั้น
ส่วนการกระทำที่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เป็นอำนาจตรวจสอบของศาลปกครอง
รธน. 2560 มาตรา 213: บัญญัติขยายความกลับมาให้ครอบคลุมถึง “การกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ” ให้ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญได้ด้วย ✨
🏛️ 2. รายละเอียดการคุ้มครองตามกฎหมายลูก
- มาตรา 46: ก้าวแรกของการคุ้มครองสิทธิจากกฎหมายลูก
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการยื่นคำร้องต่อศาล รธน. ว่า ต้องเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง และได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้อันเนื่องจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพนั้น - มาตรา 48 วรรคหนึ่ง: การละเมิดที่เป็นผลจากกฎหมายขัดต่อรัฐธรรมนูญ
- มาตรา 48 วรรคสาม: “การกระทำ” ที่ถูกตรวจสอบได้ในยุคปัจจุบัน
รับรองสิทธิประชาชนในการร้องขอให้ศาลวินิจฉัยว่า “การกระทำ” (Action) เช่น มติ กกต. หรือขั้นตอนการจัดการเลือกตั้ง ขัดต่อรัฐธรรมนูญได้ 🚫
🧱 3. ความเชื่อมโยงกับบรรทัดฐานสำคัญ:
- คำวินิจฉัยที่ 9/2549: ศาลเคยวางหลักว่ามติ กกต. ที่กระทบต่อหลักการเลือกตั้งโดยตรงและลับ (เช่น การวางคูหา) คือ “กฎ” ที่ศาลตรวจสอบได้ 🔍
- คำวินิจฉัยที่ 5/2557: ศาลยืนยันว่า “กระบวนการ” ที่ทำให้การเลือกตั้งเสียเจตนารมณ์ (เช่น การเลือกตั้งไม่เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร) ย่อมต้องถูกตรวจสอบ 🗓️
- วิเคราะห์: ตามคำวินิจฉัยที่ 5/2557 จะเห็นว่า เรื่องเชิงโครงสร้าง (เช่น ความลับของการเลือกตั้งทั้งระบบ) ศาลฎีกาและศาลปกครองไม่มีอำนาจเยียวยาได้ ดังนั้น เมื่อไม่มีช่องทางอื่น เงื่อนไขนี้จึงถูกปลดล็อก และศาลรัฐธรรมนูญต้องรับพิจารณาตามมาตรา 46 วรรคหนึ่ง และมาตรา 48 วรรคสามทันที ✅
🗳️ บทสรุป: ปฏิบัติการ “คืนความลับ” ให้คูหาเลือกตั้ง 🔒
เมื่อ “บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง” กระทบต่อ “สิทธิเลือกตั้งโดยลับ” ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้โดยตรง (Constitutional Right) จึงสุ่มเสี่ยงต่อการทำลายหลักการ “เลือกตั้งโดยลับ” ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 (ที่แก้ไขใหม่) ประชาชนจึงไม่ได้ไร้ที่พึ่ง แต่มีช่องทางทางกฎหมายที่ชัดเจนดังนี้:
🚫 หนึ่ง—การปิดประตูศาลปกครอง: การพิมพ์บาร์โค้ดถือเป็น “การใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญขององค์กรอิสระ” ในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งมาตรา 197 วรรคสามบัญญัติว่า อำนาขของศาลปกครองไม่รวมถึงการวินิจฉัยชี้ขาดขององค์กรอิสระซึ่งเป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญขององค์กรอิสระนั้น ๆ
⚖️ สอง—การเปิดประตูศาลรัฐธรรมนูญ: เมื่อไม่มีศาลอื่นใดให้ความคุ้มครองสิทธินี้ได้ ประชาชนจึงมีสิทธิใช้กลไกตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 213 เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ (ผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน) ตามข้อต่อไป
📜 สาม—กลไกมาตรา 48 วรรคสาม: โดยดำเนินการตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 48 วรรคสาม (และมาตรา 46 วรรคหนึ่ง) ผ่านการยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า “การกระทำ” (Action) หรือมติของ กกต. ในครั้งนี้ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
นี่คือการต่อสู้เพื่อรักษา “หัวใจ” ของระบอบประชาธิปไตย เพราะหากอำนาจรัฐละเมิดสิทธิประชาชน ไม่ว่าจะมาในรูปแบบกฎหมายหรือการกระทำเชิงเทคนิค ย่อมต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของศาลรัฐธรรมนูญเสมอ เพื่อยืนยันว่า “เจตจำนงของประชาชนในคูหา ต้องเป็นความลับที่รัฐไม่อาจล่วงละเมิดได้” 🇹🇭✊✨
วัส ติงสมิตร
นักวิชาการอิสระ
23/2/69
กฎหมายรัฐธรรมนูญ #ศาลรัฐธรรมนูญ #มาตรา48 #มาตรา213 #รธน2540มาตรา198 #เลือกตั้งโดยลับ #คำวินิจฉัย5/2557 #ปกป้องสิทธิประชาชน #นิติศาสตร์ 📱✨

CR: เพจวัสติงสมิตร
