จากกรณีประเด็นร้อนทางการเมืองเกี่ยวกับบริษัทสื่อออนไลน์ “Spectre C” กลายเป็นที่จับตา หลังนายศรีสุวรรณ จรรยา เข้ายื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
เพื่อขอให้ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทดังกล่าวกับ พรรคประชาชน ว่าเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายพรรคการเมืองหรือไม่ และอาจมีโทษร้ายแรงถึงขั้นยุบพรรค หากพบว่ามีการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือข้อกล่าวหาเรื่องการทำ “IO” ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า Spectre C อาจมีบทบาทในการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาที่สร้างกระแสโจมตีฝ่ายเห็นต่างทางการเมือง รวมถึงการ “ปั่นกระแส” จนเกิดการระดมทัวร์ลงในโลกออนไลน์
ประเด็นดังกล่าวได้รับการขยายความจาก นายวุฒิพงษ์ ทองเหลา อดีต สส. จากพรรคก้าวไกล ซึ่งออกมาเล่าประสบการณ์ส่วนตัวว่า ผ่านทางรายจับตาประเทศไทย ช่องท็อปนิวส์ ระบุว่า ตนเองเคยถูกโจมตีอย่างหนักในโซเชียลมีเดียจนติดเทรนด์ มียอดเข้าถึงระดับหลักล้านภายในเวลาอันสั้น โดยภายหลังตรวจสอบพบว่าบางบัญชีที่ร่วมขยายกระแสมีความเชื่อมโยงกับทีมงานด้านสื่อ
นอกจากนี้ ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ผู้ช่วยสส. ซึ่งได้รับเงินเดือนจากงบประมาณแผ่นดิน ว่าอาจเข้าไปมีบทบาทช่วยงานของบริษัทเอกชน หากเป็นจริง อาจขัดต่อระเบียบของรัฐสภาที่กำหนดให้ผู้ช่วยสส. ปฏิบัติงานสนับสนุนภารกิจของสมาชิกสภาเท่านั้น
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือเรื่องการเช่าอาคารสถานที่ โดยมีการตั้งคำถามว่า Spectre C เช่าพื้นที่ในอาคารที่เกี่ยวข้องกับพรรคหรือไม่ อัตราค่าเช่าเป็นไปอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่ และมีการชำระค่าเช่าถูกต้องหรือเปล่า ซึ่งทั้งหมดอาจต้องตรวจสอบรายละเอียดตามสัญญาและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายพรรคได้ชี้แจงเบื้องต้นว่า การว่าจ้างบริษัทดังกล่าวเป็นเพียงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ตามปกติ และยังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจนว่าเข้าข่ายการทำ IO หรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ขณะที่ Spectre C เองยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อกล่าวหากรณีนี้จึงอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยผลการพิจารณาของ กกต. จะเป็นตัวชี้ชะตาทางการเมืองว่ามีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ และจะส่งผลกระทบต่อพรรคในระดับใด


CR:Topnews
