จำนวนผู้ชม

ข่าวประจำวัน » 🚨 “เทพไท” ชี้ชัด! ศาลฎีกาอาจเป็นด่านสุดท้าย คืนความเป็นธรรม ปมฮั้ว สว.

🚨 “เทพไท” ชี้ชัด! ศาลฎีกาอาจเป็นด่านสุดท้าย คืนความเป็นธรรม ปมฮั้ว สว.

17 September 2026
142   0

17 กันยายน 2569 เวลา 08:57 น.

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็นถึงการพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมองว่าการอภิปรายครั้งนี้เปิดพื้นที่ให้มีการตรวจสอบการทำงานของ กกต. และเปิดประเด็นเกี่ยวกับคดีการได้มาซึ่ง สว.อย่างกว้างขวาง

นายเทพไทระบุว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามให้การพิจารณาวาระดังกล่าวเลื่อนพ้นวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ กกต.นัดลงมติสำนวนคดีฮั้ว สว. แต่เมื่อการประชุม กกต.ผ่านพ้นไปแล้ว สภาผู้แทนราษฎรจึงได้อภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต.

นายเทพไทกล่าวว่า การอภิปรายมีสมาชิกจากฝ่ายค้านทั้งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กกต. แม้ระหว่างการอภิปรายจะมีเสียงคัดค้านจาก สส. พรรคภูมิใจไทยเป็นระยะก็ตาม

สำหรับผลการพิจารณาคดีฮั้ว สว. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 กกต.มีมติยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกร้อง 77 คน จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 คน แบ่งเป็น สว.ปัจจุบัน 26 คน ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่น 15 คน โดยไม่มี สส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคอยู่ในกลุ่ม 77 คนตามผลการพิจารณาที่ กกต.เผยแพร่

นายเทพไทระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการลงมติของ กกต. คือกรรมการ กกต.เสียงข้างน้อยบางคนออกมาอธิบายเหตุผลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการพิจารณาสำนวน ทำให้สังคมได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีมากขึ้น

โดยเฉพาะกรณีของ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการ กกต. ซึ่งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเห็นของตนต่อพยานหลักฐานในคดี รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินและพยานหลักฐานอื่น

นายเทพไทมองว่า แม้ผลการลงมติของ กกต.จะทำให้ไม่มีการยื่นเรื่องต่อศาลในส่วนของฝ่ายการเมืองบางกลุ่ม แต่กระบวนการตรวจสอบยังไม่สิ้นสุด เพราะผู้ที่ถูก กกต.ส่งเรื่องจำนวน 77 คนจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาตามขั้นตอนกฎหมาย

ทั้งนี้ กกต.ระบุว่า หลังมีมติแล้ว ต้องจัดทำคำวินิจฉัยสำนวนภายใน 60 วัน และยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาภายใน 60 วัน โดยหากศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณาและผู้ถูกร้องเป็น สว. บุคคลนั้นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะมีคำพิพากษา

นายเทพไทจึงแสดงความเห็นว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งอาจเป็นองค์กรสำคัญในขั้นตอนต่อไป ในการไต่สวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการของศาล และอาจเป็นกลไกสำคัญในการคลี่คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้นจากผลการลงมติของ กกต.

พร้อมระบุว่า ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งอาจเป็น “ด่านสุดท้ายในการคืนความยุติธรรมให้กับประชาชน” ตามมุมมองของเขา

อย่างไรก็ตาม การที่ กกต.มีมติยื่นคำร้องต่อศาลยังไม่ใช่คำพิพากษาว่าผู้ถูกร้องกระทำความผิด โดย กกต.เองระบุว่าการส่งเรื่องต่อศาลเป็นขั้นตอนเพื่อให้ศาลตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: เทพไท เสนพงศ์ / สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง / Thai PBS

#เทพไทเสนพงศ์ #กกต #ฮั้วสว #ศาลฎีกา #ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง #คดีฮั้วสว #เลือกสว2567 #การเมืองไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์