เรื่องราวของ แอนโธนี กิญญัก (Anthony Gignac) ชายชาวโคลอมเบียที่สร้างตัวตนขึ้นมาเป็น “เจ้าชายซาอุดีอาระเบีย” กลายเป็นคดีฉ้อโกงครั้งใหญ่ หลังใช้ชีวิตหรูหราและหลอกผู้ลงทุนทั่วโลกมาเป็นเวลาหลายสิบปี ก่อนความลับถูกเปิดโปงจากเหตุการณ์บนโต๊ะอาหารค่ำ
🚨 สร้างตัวตนเป็น “เจ้าชาย” ใช้ชีวิตหรูหรา
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า กิญญักเริ่มใช้ตัวตนปลอมในชื่อ Khaled Al-Saud / Khalid Bin Al-Saud โดยอ้างว่าเป็นสมาชิกของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย และใช้สถานะดังกล่าวสร้างความน่าเชื่อถือในการติดต่อกับนักลงทุนทั่วโลก
เขาจัดฉากภาพลักษณ์ให้เหมือนราชวงศ์ ทั้งการแต่งกายแบบซาอุฯ การใช้บัตรธุรกิจระบุสถานะ “Prince” หรือ “His Royal Highness” การมีบอดี้การ์ด รวมถึงการใช้ ป้ายทะเบียนรถยนต์ทางการทูตปลอม และเอกสารต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนตัวตนที่สร้างขึ้นมา
💰 เป้าหมายใหญ่ “เจฟฟรีย์ ซอฟเฟอร์” เจ้าพ่ออสังหาฯ
ช่วงปี 2017 กิญญักเข้าไปติดต่อกับ เจฟฟรีย์ ซอฟเฟอร์ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มหาเศรษฐีในไมอามี โดยอ้างว่าสนใจลงทุนในโรงแรม Fontainebleau Miami Beach
รายงานระบุว่า กิญญักอ้างว่าสามารถนำเงินจำนวนมหาศาลเข้ามาลงทุน และมีการพูดถึงข้อเสนอระดับประมาณ 440 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการถือหุ้นในโรงแรมดังกล่าว
ก่อนที่ข้อเสนอจะเดินหน้า เขายังได้รับของขวัญราคาแพงจากฝ่ายซอฟเฟอร์ รวมมูลค่าประมาณ 150,000 ดอลลาร์ ตามรายงานของ Vanity Fair และแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับคดี
🍖 แต่ทุกอย่างพัง เพราะ “โปรสชุตโต”
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นระหว่างการรับประทานอาหารค่ำกับครอบครัวซอฟเฟอร์ที่เมือง แอสเพน รัฐโคโลราโด ในปี 2017
กิญญัก ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นชาวมุสลิมและเป็นเจ้าชายซาอุฯ กลับสั่ง prosciutto หรือแฮมหมู มารับประทาน
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ซอฟเฟอร์และทีมเริ่มสงสัยอย่างจริงจัง เนื่องจากเนื้อหมูเป็นอาหารต้องห้ามตามหลักศาสนาอิสลาม
หลังจากนั้นทีมรักษาความปลอดภัยของซอฟเฟอร์เริ่มตรวจสอบประวัติของชายที่อ้างตัวเป็นเจ้าชาย ก่อนพบข้อมูลสำคัญที่ชี้ว่าเขาไม่ได้เป็นสมาชิกของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียตามที่กล่าวอ้าง
🚨 ขุดต่อจนพบ “ตัวตนจริง”
การตรวจสอบถูกส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รวมถึง Diplomatic Security Service (DSS) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเกี่ยวกับตัวตนปลอมและการแอบอ้างสถานะทางการทูต รวมถึงบัตรธุรกิจ เอกสาร ป้ายทะเบียนทางการทูตปลอม และสิ่งของที่ใช้สร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นสมาชิกของราชวงศ์
ท้ายที่สุดพบว่า “เจ้าชาย” คนดังกล่าวคือ แอนโธนี กิญญัก ไม่ใช่เจ้าชายซาอุดีอาระเบีย
💥 หลอกเหยื่อหลายประเทศ เงินทะลุ 8 ล้านดอลลาร์
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า นักลงทุนจาก สหรัฐฯ แคนาดา สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ และฮ่องกง ถูกหลอกให้ส่งเงินเข้าสู่โครงการลงทุนที่กิญญักและผู้ร่วมขบวนการสร้างขึ้น
เงินที่ได้รับมีมูลค่าเกือบ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไม่ได้ถูกนำไปลงทุนตามที่กล่าวอ้าง แต่ถูกนำไปใช้กับชีวิตหรูหรา ทั้งรถเฟอร์รารี รถ Rolls-Royce เรือยอชต์ เครื่องประดับ เสื้อผ้า การเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว และที่พักบน Fisher Island ในไมอามี
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า กิญญักเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับแผนการลักษณะ “เจ้าชาย” หลายครั้ง โดยระหว่างปี 1988 ถึง 2019 เขาถูกจับกุมหรือมีประวัติความผิดเกี่ยวกับแผนการลักษณะดังกล่าว 11 ครั้ง
🚔 พฤศจิกายน 2017 เกมจบที่สนามบิน JFK
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2017 กิญญักเดินทางจากลอนดอนเข้าสู่สนามบิน John F. Kennedy International Airport ในนิวยอร์ก โดยใช้หนังสือเดินทางในชื่อบุคคลอื่น ก่อนถูกจับกุม
การสอบสวนขยายผลไปถึงที่พักของเขาบน Fisher Island และพบหลักฐานจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการสร้างตัวตนปลอมและการแอบอ้างสถานะทางการทูต
⚖️ 31 พฤษภาคม 2019 ศาลพิพากษา จำคุก 224 เดือน
วันที่ 31 พฤษภาคม 2019 สำนักงานอัยการสหรัฐฯ เขตเซาเทิร์นดิสตริกต์ออฟฟลอริดา ระบุว่า ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีคำพิพากษาจำคุกกิญญักรวม 224 เดือน หรือ 18 ปี 8 เดือน
ข้อหาที่เขารับสารภาพครอบคลุมการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หรือตัวแทนรัฐบาลต่างประเทศ การโจรกรรมข้อมูลประจำตัว การฉ้อโกงผ่านระบบโทรคมนาคม และสมคบกันฉ้อโกง
อัยการสหรัฐฯ Ariana Fajardo Orshan ระบุว่า กิญญักใช้ตัวตนปลอมในฐานะ “Prince Khalid Bin Al-Saud” เพื่อสร้างความสัมพันธ์ หลอกนักลงทุน และระดมเงินจากผู้เสียหายทั่วโลก โดยความเสียหายรวมมากกว่า 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
จากเจ้าชายที่ปรากฏตัวพร้อมรถหรู บอดี้การ์ด และป้ายทะเบียนทูตปลอม สุดท้ายตัวตนที่ถูกสร้างขึ้นมานานหลายสิบปีกลับพังลง หลังมื้ออาหารค่ำในปี 2017 จุดเริ่มต้นของการตรวจสอบที่นำไปสู่การเปิดโปงคดีครั้งใหญ่ และจบลงด้วยโทษจำคุก 18 ปี 8 เดือน ในปี 2019
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: U.S. Department of Justice, Miami Herald, Vanity Fair, The Real Deal, Forbes
#แอนโธนีกิญญัก #เจ้าชายกำมะลอ #ซาอุดีอาระเบีย #คดีฉ้อโกง #JeffreySoffer #Fontainebleau #FisherIsland #ข่าวต่างประเทศ #สำนักข่าววิหคนิวส์
