นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญมาตรา 210 (2) เพื่อขอให้วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. ในการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงขอบเขตอำนาจของศาลฎีกาในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครและทบทวนคำวินิจฉัยของ กกต.
เทพไทระบุว่า เมื่อเห็นข่าวดังกล่าว สิ่งแรกที่เกิดขึ้นในใจคือคำถามว่า มติ 5 ต่อ 2 ครั้งนี้เป็นมติจากกรรมการชุดเดิมหรือไม่ เมื่อตรวจสอบรายชื่อจึงพบว่าเป็นกรรมการกลุ่มเดิมที่เคยลงมติในประเด็นสำคัญก่อนหน้านี้
เปิดรายชื่อเสียงข้างมาก 5 คน เสียงข้างน้อย 2 คน
สำหรับกรรมการ กกต. ที่ลงมติเสียงข้างมาก 5 คน ได้แก่
- นายณรงค์ กลั่นวารินทร์
- นายอนันต์ สุวรรณรัตน์
- นายณรงค์ รักร้อย
- นายจิรุตม์ วิศาลจิตร
- นายฐิติเชฎฐ์ นุชนาฎ
ส่วนกรรมการเสียงข้างน้อย 2 คน ได้แก่
- นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ
- นายชาย นครชัย
เทพไทตั้งข้อสังเกตว่า การลงมติในรูปแบบ 5 ต่อ 2 ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทำให้เกิดคำถามถึงความเป็นเอกภาพและความเชื่อมั่นต่อองค์กร พร้อมเรียกร้องให้กรรมการทั้ง 7 คนเลิกแบ่งฝ่าย เลิกยึดติดกับความคิดของตนเอง และยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก
ย้อนปมเลือกตั้งและข้อครหาเรื่องความเชื่อมั่น
เทพไทยังวิจารณ์การทำงานของ กกต. ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2562 ปี 2566 จนถึงปี 2569 โดยกล่าวถึงปัญหาการซื้อเสียงและการทุจริตเลือกตั้งที่ประชาชนตั้งข้อสงสัย พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงข้อครหาเกี่ยวกับที่มาของกรรมการ กกต. บางราย โดยตั้งข้อสังเกตว่ามีกรรมการอย่างน้อย 4 คนที่ได้รับการสนับสนุนจากการลงคะแนนของ สว. ชุดปัจจุบัน และเมื่อนับรวมกับ สว. ชุดเดิมอีก 1 คน จึงเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมโยงทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นข้อสังเกตและข้อวิจารณ์ของเทพไท ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่ากรรมการ กกต. ถูกแทรกแซงหรือทำงานตามคำสั่งของฝ่ายการเมือง
โยงมติคดีฮั้ว สว. วันที่ 14 กันยายน 2569
เทพไทยังหยิบยกมติ กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ซึ่งพิจารณาสำนวนการไต่สวนคดีฮั้วเลือก สว. มาเป็นประเด็นประกอบ โดยวิจารณ์ว่าการลงมติ 5 ต่อ 2 ในครั้งนั้นทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินการต่อผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนักการเมืองระดับแกนนำของพรรคภูมิใจไทย
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงาน กกต. ระบุว่า การพิจารณาสำนวนดังกล่าวมีผู้ถูกร้อง 427 คน และมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญารวม 77 คน ส่วนผลการพิจารณาบุคคลที่เหลือต้องพิจารณาตามรายละเอียดของมติและข้อกล่าวหาเป็นรายกรณี
เทพไทเห็นว่า การดำเนินการของ กกต. ในเรื่องนี้เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้สังคมตั้งคำถามต่อความเป็นอิสระขององค์กร และเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง
ค้าน กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอำนาจศาลฎีกา
สำหรับประเด็นหลักที่เทพไทไม่เห็นด้วย คือการที่ กกต. มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยขอบเขตอำนาจของศาลฎีกา หลังศาลฎีการับคำร้องเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัคร สว. จำนวน 3 คดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ร้องและผู้มีสิทธิเลือก สว. รวม 5 ราย
เทพไทแสดงความเห็นว่า การที่ศาลฎีกามีอำนาจตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในกรณีที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นกลไกถ่วงดุลและตรวจสอบองค์กรอิสระ โดยเฉพาะเมื่อ กกต. ยังเผชิญคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือจากประชาชน
จึงไม่เห็นด้วยกับการที่ กกต. จะยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความขอบเขตอำนาจศาลฎีกา เพราะมองว่าอาจทำให้กลไกการตรวจสอบการทำงานของ กกต. ถูกตั้งคำถามมากขึ้น
เรียกร้อง กกต.ทั้ง 7 คนสลายขั้ว เร่งกู้ศรัทธาประชาชน
เทพไทฝากข้อเสนอถึงกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 7 คนว่า ควรเร่งกู้ความเชื่อมั่นจากประชาชนด้วยการพิสูจน์ตัวเองผ่านการทำงานที่โปร่งใส ยึดหลักกฎหมายและความถูกต้อง ไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก และไม่ปล่อยให้การลงมติในประเด็นสำคัญกลายเป็นการแบ่งขั้วซ้ำเดิม
พร้อมระบุว่า หากกรรมการทั้ง 7 คนยังไม่สามารถสลายความขัดแย้งภายในองค์กรได้ การลงมติ 5 ต่อ 2 ก็อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยไม่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ข้อเรียกร้องสำคัญของเทพไทจึงอยู่ที่การทำให้ กกต. กลับมาเป็นองค์กรที่ประชาชนไว้วางใจ และสามารถพิสูจน์ความเป็นอิสระได้ผ่านการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่เพียงสถานะขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ ประเด็นขอบเขตอำนาจระหว่าง กกต. กับศาลฎีกายังเป็นข้อพิพาททางกฎหมายที่ต้องรอการพิจารณาจากศาลที่เกี่ยวข้อง ส่วนข้อวิจารณ์เรื่องการแบ่งขั้วและการแทรกแซงทางการเมืองเป็นความเห็นของนายเทพไท เสนพงศ์
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: เทพไท เสนพงศ์, PPTV HD36, The Key News, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
#เทพไทเสนพงศ์ #กกต #มติ5ต่อ2 #ศาลฎีกา #ศาลรัฐธรรมนูญ #ฮั้วสว #สว #พรรคประชาธิปัตย์ #การเมืองไทย
