
กรมสรรพสามิตเดินหน้าเสนอขอใช้เงินกู้วงเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการ “รถเก่าแลกรถกระบะใหม่” หวังช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ในประเทศ ลดปัญหามลพิษจากรถเก่า และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเสนอเงินอุดหนุนจากภาครัฐเบื้องต้นคันละ 40,000 บาท ตั้งเป้าหมายครอบคลุมรถประมาณ 150,000 คัน
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้เสนอรายละเอียดโครงการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่ต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
หากได้รับความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการ จะเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้พิจารณา ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
เปิดวงเงิน 6,000 ล้านบาท อุดหนุนคันละ 40,000 บาท
สำหรับหลักการเบื้องต้นของโครงการ กรมสรรพสามิตเสนอวงเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท โดยเป็นเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ร่วมกับเงินสนับสนุนจากผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการ
กำหนดกรอบเงินอุดหนุนจากภาครัฐเบื้องต้นคันละ 40,000 บาท ตั้งเป้าหมายรองรับรถมากกว่า 150,000 คัน โดยมุ่งเน้นรถกระบะที่ผลิตในประเทศไทย ทั้งรถกระบะไฟฟ้าและรถกระบะที่รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20
นอกจากนี้ ยังใช้กลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ Co-Pay ให้ค่ายรถยนต์ร่วมสนับสนุนส่วนลดเพิ่มเติม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในการซื้อรถใหม่
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 40,000 บาทเป็นกรอบเงินอุดหนุนเบื้องต้นที่เสนอไว้ ส่วนรายละเอียดและเงื่อนไขสุดท้ายต้องรอการพิจารณาและอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ใครมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ
จากรายละเอียดข้อเสนอโครงการที่มีการเปิดเผย ผู้มีสิทธิเข้าร่วมในกลุ่มรถกระบะต้องมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังนี้
- เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์
- มีชื่อเป็นเจ้าของรถเก่าตามสมุดคู่มือจดทะเบียน
- จำกัดสิทธิ 1 คน ต่อ 1 คัน
- รถเก่าต้องจดทะเบียนก่อนปี 2555
- รถต้องเสียภาษีประจำปีครบถ้วน และไม่ติดภาระผูกพันกับสถาบันการเงินหรือถูกอายัด
- รถเก่าต้องสามารถตรวจสอบเลขเครื่องยนต์และเลขตัวถังได้
สำหรับรถใหม่ที่จะได้รับสิทธิ ต้องเป็นรถกระบะหรือรถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (PPV) ที่ผลิตในประเทศไทย และมีคุณสมบัติด้านการปล่อยมลพิษตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 5 หรือยูโร 6 รองรับน้ำมัน B20 หรือเป็นรถยนต์เทคโนโลยีไฟฟ้า xEV
ทั้งนี้ เงื่อนไขดังกล่าวเป็นรายละเอียดในข้อเสนอโครงการที่เผยแพร่ ยังต้องรอประกาศหลักเกณฑ์ฉบับสมบูรณ์ก่อนเริ่มเปิดให้ประชาชนสมัครใช้สิทธิ
รถเก่าต้องถูกทำลาย ไม่ใช่นำกลับมาขายต่อ
กลไกสำคัญของโครงการคือการนำรถเก่าออกจากระบบอย่างถาวร เพื่อลดจำนวนรถที่ปล่อยมลพิษสูง โดยผู้แทนจำหน่ายจะต้องนำรถเก่าไปดำเนินการแจ้งเลิกใช้และเพิกถอนหมายเลขตัวถังกับกรมการขนส่งทางบก ก่อนส่งซากรถเข้าสู่โรงงานกำจัดซากที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เมื่อดำเนินการครบถ้วนแล้ว จึงนำเอกสารมาใช้ประกอบการขอรับเงินอุดหนุนสำหรับการซื้อรถใหม่ตามเงื่อนไขโครงการ
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายป้องกันไม่ให้รถเก่าที่ปล่อยมลพิษสูงกลับเข้าสู่ตลาดรถมือสองอีกครั้ง
แก้ปัญหารถเก่ากว่า 8 ล้านคัน ลด PM2.5
กรมสรรพสามิตให้เหตุผลถึงความจำเป็นของโครงการว่า ประเทศไทยมีรถยนต์นั่ง รถกระบะ และรถตู้ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 10–20 ปีขึ้นไปสะสมอยู่ในระบบประมาณ 8.17 ล้านคัน โดยในจำนวนนี้มีรถอายุ 20–30 ปีขึ้นไปกว่า 3 ล้านคัน และรถที่มีอายุเกิน 30 ปีอีกกว่า 1.7 ล้านคัน
รถกระบะดีเซลรุ่นเก่าที่ใช้มาตรฐานไอเสียระดับต่ำเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 และก๊าซไนโตรเจนออกไซด์
กรมสรรพสามิตจึงต้องการผลักดันให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้รถที่มีมาตรฐานการปล่อยมลพิษสูงขึ้น รวมถึงรถที่ใช้เทคโนโลยีไฟฟ้า เพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในระยะยาว
ออมสินเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วยผู้ซื้อ
นอกจากเงินอุดหนุนจากภาครัฐและส่วนลดจากค่ายรถยนต์แล้ว ยังมีแนวทางประสานธนาคารออมสินเพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยมีข้อเสนออัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 5% ต่อปี เพื่อช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น
มาตรการนี้มีเป้าหมายลดภาระเงินดาวน์และยอดจัดสินเชื่อ รวมถึงช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนรถเก่าสามารถซื้อรถใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม การอนุมัติสินเชื่อยังขึ้นอยู่กับคุณสมบัติและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ รวมถึงหลักเกณฑ์ของสถาบันการเงิน
จับตาอนุมัติขั้นสุดท้าย ก่อนเริ่มโครงการ
สำหรับขั้นตอนต่อจากนี้ กรมสรรพสามิตต้องรอผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองโครงการ หากผ่านความเห็นชอบจะเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ และนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ตามลำดับ
กรมสรรพสามิตเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายและระบบดำเนินงานไว้ควบคู่กัน เพื่อให้สามารถเริ่มโครงการได้หากได้รับอนุมัติ
มาตรการรถเก่าแลกรถกระบะใหม่จึงเป็นข้อเสนอสำคัญที่ต้องติดตาม ทั้งในแง่การกระตุ้นอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย การลดมลพิษ และภาระงบประมาณจากเงินกู้ของภาครัฐ
ประชาชนที่สนใจและมีรถเก่าอยู่ในเงื่อนไข ควรรอประกาศอย่างเป็นทางการก่อนตัดสินใจขายหรือทำลายรถ เพราะขณะนี้โครงการยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา ยังไม่เปิดให้ใช้สิทธิอย่างเป็นทางการ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กรมสรรพสามิต และรายงานข่าวเศรษฐกิจจากอีไฟแนนซ์ไทย, กรุงเทพธุรกิจ, อีจัน วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569
#วิหคนิวส์ #สรรพสามิต #รถเก่าแลกรถใหม่ #รถกระบะใหม่ #เงินอุดหนุน40000บาท #เงินกู้6000ล้าน #รถยนต์ไฟฟ้า #PM25 #กระตุ้นเศรษฐกิจ #กระทรวงการคลัง