พลเอก จารุภัทร เรืองสุวรรน ได้โพสข้อความระบุว่า ว่าจะไม่เขียนเรื่องเกี่ยวกับทหาร แต่ด้วยอาชีพตลอดจนยศฐาบรรดาศักดิ์ที่ มาถึงพลเอก อันเป็นยศสูงสุดทาง ทหารด้วยแล้ว จึงจำเป็นที่จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับทหารบ้าง ถือว่า เป็นเรืเป็นจริงๆถึงต้องเขียน
ผมผ่านชีวิตการเป็นทหาร ตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อยปี 2507 มาถึงวันนี้ เวลาล่วงเข้าปีที่ 56 แล้ว ถ้าเป็นอายุคนก็เป็นอายุของชายวัยชราแล้ว
ระหว่างเป็นทหารได้เติมพลังความรู้ด้านการรบทัพจับศึกมาแทบทุกขั้นตอน จะมีเพียง 5-6 ปี ระหว่างที่ไปเรียนต่างประเทศเท่านั้นที่เหินห่างชีวิตทหารไปบ้าง พอกลับจากเมืองนอกก็ต้องเข้าโรงเรียนทหารราบ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก วิทยาลัยการทัพบก และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ตามชั้นยศไม่ได้ละเว้น
หน้าที่การงานก็วุ่นอยู่กับการเตรียมกำลังพลให้ไปสู่สนามรบ เกือบตลอดระยะเวลาที่รับราชการ ต้องเว้นวรรคบ้างก็ตอนที่เป็นนายทหารชั้นร้อยตรีร้อยโท ได้เป็นผู้ปฏิบัติการรบในสนามรบด้วยตนเอง
ความรู้ความเข้าใจเรื่องการรบทัพจับศึก ก็คงไม่แตกต่างกับเพื่อนๆนายทหารมากนัก แต่พอมาถึงวันนี้ อายุเกิน 75 ปีไปแล้ว จึงถามตัวเองว่า อะไรคือปัจจัยหลักที่จะให้ได้ชัยชนะในการรบ รถถัง หรือเครื่องบิน หรือเรือรบ หรือปืนผาหน้าไม้ หรือคำตอบคือใช่แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลัก เป็นปัจจัยเสริมกำลังรบเท่านั้น ถ้าไม่มีได้ไหม คำตอบคือไม่ได้ต้องมี แต่จะมีมากน้อยเท่าใดนั้นอีกประเด็นหนึ่ง
เมื่อมีเวลาว่างมากหลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ความคิดเรื่องนี้ได้นำมาเป็นส่วนหนึ่งของวาระการดำรงชีวิตด้วย ตั้งแต่เช้าถึงเย็นได้ทุ่มเทค้นคว้าศึกษาหาคำตอบให้กับข้อสงสัยของตนเอง โดยไม่ได้รับสินจ้างรางวัลอะไรเลย
ค้นคว้าไปในทะเลแห่งความรู้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น Google Youtube Safari และอื่นๆ ตำรับตำราของบรรดานักปราชญ์การทหารทั้งในอดีตและมากมายทุกมุมโลก มาถึงบางอ้อ แล้วนึกตำหนิตัวเองว่าเรานี่ช่างโง่เขาเบาปัญญา หลงทางมาไกลแสนไกล ตั้งแต่ปีพศ 2543 ระยะเวลาจากบางอ้อถึงวันนี้ร่วม 20 ปีเต็ม จึงนึกได้ว่า ครั้งหนึ่ง ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ได้มีโอกาสทองของชีวิต ได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับคณะนักบริหารและนักวิชาการจากองค์การสหประชาชาติและมหาวิทยาลัยเพื่อสันติภาพของโลก เพื่อถวายปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 ธันวาคม 2543 เวลา 18.00
หลังจากผู้ช่วยเลขาธิการองค์การสหประชาชาติได้ทูลเกล้าถวายปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว พระองค์ท่านได้ตรัสถามคณะผู้เข้าเฝ้าทุกคน จนกระทั่งมาถึงผม ซึ่งแต่งเครื่องแบบทหารชุดขาวพร้อมสวมครุยปริญญาเอกด้วย พระองค์ท่านทรงแปลกพระทัย แล้วรับสั่งว่า เป็นอย่างไรมาอย่างไรนายทหารไทยถึงได้มายืนอยู่ในแวดวงฝรั่งนักวิชาการวันนี้ จึงได้กราบบังคมทูลว่า
เนื่องด้วย พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผู้บัญชาการทหารบก มีนโยบายที่จะให้นายทหารของกองทัพบกเป็นผู้มีความรู้ความสามารถรักษาสันติภาพร่วมกับองค์การสหประชาชาติ ดังนั้น ข้าพระพุทธเจ้า ในฐานะผู้บัญชาการสถาบันวิชาการทหารบกชั้นสูง อันประกอบไปด้วยวิทยาลัยการทัพบก โรงเรียนเสนาธิการทหารบก จึงได้เปิดหลักสูตรปริญญาโท การแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพ กับมหาวิทยาลัยเพื่อสันติภาพของสหประชาชาติ จึงได้มาร่วมกับมหาวิทยาลัยเพื่อสันติ ภาพ ในพิธีทูลเกล้าถวายปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ พระพุทธเจ้าข้าขอรับ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสรับสั่งว่า
เป็นเรื่องที่ดีมาก ขอให้ร่วมกันดำเนินการให้เป็นผลสำเร็จ เพราะนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อความสงบสุขของบ้านเมืองและภูมิภาคแล้ว ยังเป็นเกียรติภูมิของทหารด้วย
อีกประการหนึ่ง การรักษาสันติภาพให้ถาวรนั้น คือ การทำให้คนมีกิน ถ้าคนมีกินแล้วคนจะไม่ฆ่ากัน ขอให้โรงเรียนเสนาธิการทหารบกกำหนดหลักสูตรให้นายทหารเสนาธิการทหารบก ได้เรียนวิชาเศรษฐศาสตร์ให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้นายทหารได้มีความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง นำความรู้ไปเผยแพร่ให้ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนประชาชนได้นำไปปฏิบัติ ถือว่าเป็นการช่วยรักษาความมั่นคงของชาติด้วย
พระกระแสรับสั่งของล้นเกล้าล้นกระหม่อม คือน้ำมันเติมตะเกียงชีวิตของผม ทำให้ตะเกียงชีวิตของผมสว่างไสวตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้
เมื่อใดก็ตามที่มีใครมาพูดจากันในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาความมั่นคง ทำให้ผมระลึกถึงคืนวันนั้นขึ้นมาทุกที
อนึ่ง อดีตรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐอเมริกา สมัยประธานาธิบดีเคนเนดี้ มิสเตอร์แมคนามารา (Mc Namara) ก็ได้มาร่วมกับคณะเข้าเฝ้าในคืนวันนั้นด้วย ได้ให้ข้อคิดเห็นกับผมในเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงยุคใหม่อย่างน่าสนใจยิ่ง ท่านกล่าวว่า
ในสมัยปัจจุบัน ความมั่นคงของชาติหมายถึงการพัฒนาให้ดีขึ้น( improvement) ความมั่นคง ไม่ได้มีความหมายถึงความมั่นคงด้วยการมีอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร และการมีกำลังพลที่เข้มแข็ง หากแต่ความมั่นคงคือการที่พัฒนาให้ประชาชนมีสภาวะดีขึ้น ถ้าไม่มีการพัฒนาให้เจริญก้าวหน้าขึ้น ก็หมายความว่าไม่มีความมั่นคงของชาตินั่นเอง การพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นไม่ใช่เรื่องยากหากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทุกสาขาอาชีพ ดำเนินการพัฒนาประเทศในทุกมิติตลอดจนการสร้างความเข้าใจถูกต้องร่วมกัน การร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่าย ให้เกิดการพัฒนาอันเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของชาติ
ซุนวู ปราชญ์แห่งพิชัยยุทธชาวจีน เมื่อ 2000 กว่าปีมาแล้วกล่าวว่า ชัยชนะร้อยครั้งยังไม่สุดยอด เท่ากับสงบข้าศึกโดยไม่ต้องรบ
การศึกสงครามเป็นเพียงปลายเหตุ ต้นเหตุสภาวะคือความไม่สมดุลและความไม่พอเพียงในการดำเนินชีวิต หากเราดับไฟที่ต้นลมหรือที่ต้นเหตุ เหตุก็จะยุติไม่ลุกลามกลายเป็นสงคราม
ต้นเหตุของมนุษย์คือความรักตัวกลัวตาย เมื่อใดมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่มั่นคง หากเราแก้ปัญหาให้เขารู้สึกว่าเขามีความสมบูรณ์มั่นคง มีการพัฒนาให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เมื่อนั้นความสงบก็เกิดขึ้นการแย่งชิง การรบราฆ่าฟัน ก็ย่อมจะหมดไป เป็นชัยชนะที่ไม่ต้องรบอันเป็นสุดยอดของชัยชนะ
ความขัดแย้งในทุกกรณีจะประกอบด้วยบุคคลสองฝ่ายเสมอ หน้าที่ของทหารจ





