กรุงเทพฯ 25 กรกฎาคม 2569 — ดราม่ากลุ่มเยาวชนชาวอิตาลีบนรถไฟฟ้า BTS ยังลุกลามไม่หยุด หลังคลิปเหตุการณ์กลายเป็นไวรัลและนำไปสู่การตามหาบุคคลที่ปรากฏในคลิป กระทั่งมีชายชาวอิตาลีรายหนึ่งออกมาชี้แจงผ่านวิดีโอว่า เขากำลังถูกเข้าใจผิดว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ทั้งที่ยืนยันว่าไม่ใช่ตนเอง
ชายรายดังกล่าวกล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ย้ำว่าเขาไม่ได้เป็นบุคคลในคลิป พร้อมขอให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหยุดส่งข้อความโจมตีและกล่าวหาเขา
เจ้าตัวอ้างเหตุผลสำคัญว่า ปัจจุบัน ไม่มีแม้กระทั่งหนังสือเดินทาง และไม่สามารถเดินทางออกนอกยุโรปได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเดินทางมาประเทศไทยและปรากฏตัวอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว
นอกจากนี้ยังระบุว่า เขามีเพื่อนสนิทเป็นคนไทย ซึ่งเกิดในประเทศไทยและรู้จักกันมาตั้งแต่วัยเด็ก จึงรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และไม่ต้องการให้พฤติกรรมของคนกลุ่มหนึ่งกลายเป็นเหตุให้เกิดความเกลียดชังต่อชาวอิตาลีทั้งหมด
ชายรายนี้ยังอ้างว่า กลุ่มบุคคลที่ปรากฏในคลิปมาจากพื้นที่ทางตอนใต้ของอิตาลี ขณะที่ตัวเขาอยู่ทางตอนเหนือ พร้อมยืนยันว่า ตนประกอบอาชีพครู และกลุ่มเยาวชนในคลิปไม่ใช่นักเรียนของตน
อย่างไรก็ตาม ข้อชี้แจงเรื่องตัวตน พื้นที่พำนัก และการไม่มีหนังสือเดินทางข้างต้น เป็นคำกล่าวของชายรายดังกล่าว ซึ่งสำนักข่าววิหคนิวส์ยังไม่พบหลักฐานอิสระที่สามารถยืนยันรายละเอียดทั้งหมดได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการระบุตัวหรือคุกคามบุคคลใดจากเพียงภาพเปรียบเทียบบนโลกออนไลน์
ย้อนชนวนเดือด “นักเรียนอิตาลี–BTS”
ต้นเรื่องเกิดจากคลิปกลุ่มเยาวชนชาวอิตาลีบนรถไฟฟ้า BTS ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการส่งเสียงดัง ก่อนมีการโต้เถียงกับผู้โดยสารหญิงชาวไทยที่เข้าไปตักเตือน และปรากฏภาพการตอบโต้ด้วยถ้อยคำและท่าทางที่ถูกวิจารณ์อย่างหนัก
เรื่องลุกลามอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ จนมีผู้ใช้งานจำนวนมากเข้าไปแสดงความคิดเห็นในช่องทางของสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ขณะที่ข้อมูลและภาพของบุคคลที่ถูกเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ถูกนำไปเผยแพร่และตามหากันอย่างกว้างขวาง
ต่อมา TravellingFox ซึ่งเป็นผู้จัดโครงการเดินทางของกลุ่มเยาวชน ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษประชาชนชาวไทย โดยระบุว่าพฤติกรรมของบุคคลบางรายไม่ใช่ตัวแทนค่านิยมขององค์กรหรือเยาวชนส่วนใหญ่ พร้อมย้ำว่าการเป็นเยาวชนไม่ใช่ข้ออ้างสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
แต่ผลกระทบอีกด้านที่เริ่มปรากฏคือ การตามล่าหาตัวบุคคลบนโลกออนไลน์อาจพุ่งไปผิดคน และชายชาวอิตาลีรายล่าสุดกำลังร้องขอให้หยุดการโจมตี โดยยืนยันว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในประเทศไทย
กรณีนี้จึงมีสองเรื่องที่ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจน—พฤติกรรมของบุคคลที่ปรากฏในคลิปควรถูกตรวจสอบจากข้อเท็จจริง แต่บุคคลที่ไม่ได้เกี่ยวข้องก็ไม่ควรถูกลากเข้าสู่กระแสโจมตีเพียงเพราะหน้าตาคล้ายกันหรือถูกบัญชีโซเชียลอื่นระบุตัวโดยไม่มีหลักฐาน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รายงานเหตุการณ์และลำดับดราม่าจาก Thai Rath, Thaiger, Spacebar และแถลงการณ์ของผู้จัดโครงการ TravellingFox
