ข่าวประจำวัน » ก่อนเกิดวิกฤติศรัทธา

ก่อนเกิดวิกฤติศรัทธา

19 February 2020
381   0

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา

ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์การเมือง

กล่าวว่าก่อนเกิดวิกฤติศรัทธา

การเมืองเวลานี้มันเปลี่ยนแปลงไป ความขัดแย้งของคนทุกสี ทั้ง เหลือง แดง ฟ้า ส้ม ได้ยุติลงเกือบจะหมดสิ้นแล้ว โดยเฉพาะบรรดาแกนนำ ผู้นำทางความคิด คงค้างหลงเหลือเฉพาะแกนตามบางคนที่ยังสับสนในเหตุการณ์

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนในเวลานี้คือ การโจมตี เขียว เป็นเป้าหมายของทุกสีอย่างเห็นได้ชัด ประชาชนทุกหมู่เหล่า มิเว้นแม้แต่ข้าราชการ นักการเมืองได้เปลี่ยนแปลงทางความคิด จากสรรเสริญมาต่อต้าน กระด้างกระเดื่อง ขาดศรัทธา ตามเวลาของมัน ทำให้ถูกขุดคุ้ย โดยมีต้นเหตุมาจากเดินผิดทางเป็นสำคัญ ดั่งที่เคยเตือนไว้มาโดยตลอด

การเมือง การปกครอง สังคม เศรษฐกิจ มีจังหวะเวลาของมัน ผู้ปกครองมีเพียง 36 คน(ครม.) ข้าราชการมี 3 แสนคนโดยประมาณ แต่ประชาชนมีถึงกว่า 70 ล้านคน เฉลี่ยเทียบเท่าเพียง 1 ใน 30 มลฑลของจีน ที่มีประชากร 1400 ล้านคน เท่านั้น

จุดต่ำสุดจะเริ่มอย่างเต็มที่ ทั้ง เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ในวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2563 ในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วจะลากยาวไปตลอดทั้งปี 2563 เขียวจะเป็นเป้าหมายหลัก ที่ทุกฝ่ายจะหันมาโจมตี ในระหว่างนั้น 24-29 กุมภาพันธ์ สถานการณ์จึงจะไม่ค่อยปกติ จึงควรระวังอย่างมาก ทั้งในภาคใต้ ตั้งรับก็จะมีแต่เรื่องสูญเสีย เสียหาย

ใต้ทุกอย่างเดินมาตามเวลา สงบเรียบร้อย แต่ต้องเข้มงวดตามเวลาที่ระบุ จึงจะรอดปลอดภัย “รุกเพื่อรบ” เดินหน้า “ป้องปราม” ดั่งที่เคยทำมาในช่วงสิ้นปี สถานการณ์จึงจะสงบ ราบคาบ

เกมส์การเมืองโหวดในสภา จะสามารถชนะได้มิยาก แต่ที่จะยากคือ “ วิกฤติศรัทธา “ ที่ยากจะเอาอยู่ ต้นเหตุเพราะเดินการเมืองมาผิดทาง เลือกเดินทางยาก ฟังคำยุยงจากคนรอบข้าง ขยับไปทางไหนในเวลานี้ จึงผิดไปหมด จนต้องหัวเสียเพราะแก้ไม่ตก

เกมส์นี้มันแก้ไม่ยากดอก ที่จะทำให้เศรษฐกิจที่ตกต่ำ เพราะสงครามการค้า โคโรนาสายพันธ์ใหม่ (โควิต-19) ประชานิยมหายนะ เงินบาทที่แข็งค่า ฯลฯ เพียงแต่ปรับวิศัยทัศน์ ให้เป็นผู้นำเชิงปฏิรูป เพราะในยามวิกฤติมักมีโอกาส ในดีย่อมมีเสีย ในเสียย่อมมีดี อยู่ที่ว่าจะมองเห็นโอกาส หรือ ความดีเหล่านั้นหรือไม่

ยามเศรษฐกิจตกต่ำ เช่นนี้ ในเสียย่อมมีดี ในวิกฤติยังมีโอกาสของประชาชนทั่วไปคือ อสังหาริมทรัพย์ ริมทรัพย์ บ้าน รถ สินค้า พืช ผล จะราคาถูกเป็นพิเศษ จะมีโอกาส ลด แลก แจก แถม สบั่นหั่นแหลก หากใช้โอกาสจุดต่ำสุดนี้ ซื้อเสีย ทั้งทางตรงและทางอ้อม ก็จะคุ้มค่ากว่ายามเศรษฐกิจปกติ

ในทางกลับกันภาครัฐหากเข้าใจ “ผู้นำเชิงปฏิรูป” ที่ผู้นำจะต้องมีความสามารถในการมองเห็นอนาคต สามารถนำองค์การ และองค์การ ก้าวผ่านวิกฤติได้ไม่ยาก มันอยู่ที่วิศัยทัศน์ผู้นำ หากถึงจุดต่ำสุดแล้วยังทำมิได้ “วิกฤติศรัทธา” ก็จะมาเยือน การเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดขึ้นด้วยตัวของมันเอง ตามหมวด 1-2 ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ที่มืได้ร่างโดย “มีชัย”

ซึ่งทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้ใช้ในยามคับขัน ที่ถึงจุดต่ำสุด ชาติมิมีทางออก เหมือนดั่ง รัสเซีย เพิ่งเกิดขึ้นมาหมาดๆ ที่ประมุขของรัฐต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงในที่สุด เพื่อประโยชน์ของชาตินั้นเอง ด้วยความปราถนาดี

“ ผู้นำครองใจประชา ประชาก็จะยินยอมให้ปกครอง หากผู้นำมิครองใจประชา ประชาก็จะมิยอมให้ปกครอง “

ดร.เทอดศักดิ์ เจียมกิจวัฒนา

19 กุมภาพันธ์ 2563