ข่าวประจำวัน » #P- MOVE โวยท้านายก !! สัมผัสความจริง “ ฟังเสียงความจน คนจนไม่เอาฟรี ”

#P- MOVE โวยท้านายก !! สัมผัสความจริง “ ฟังเสียงความจน คนจนไม่เอาฟรี ”

10 May 2018
595   0

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) เป็นการรวมกลุ่มกันจากผู้ที่เดือดร้อนจากการพัฒนาของประเทศที่ไม่ได้คำนึงถึงกลุ่มรากหญ้า มีการเรียกร้องให้เกิดการแก้ปัญหากับ 3 รัฐบาล มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นมา และปัญหาโดยรวมเกี่ยวข้องกับกระทรวงต่างๆทั้งสิ้น 7 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงคมนาคม , กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , กระทรวงการคลัง , กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม โดยมีปัญหารวมทั้งสิ้นกว่า 200 กรณี

กล่าวเฉพาะในช่วงรัฐบาลปัจจุบัน ขปส. ได้ยื่นข้อเรียกร้องเพื่อให้เกิดกลไกการแก้ปัญหา และรัฐบาล ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาของขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ขึ้นมาเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 ซึ่งลงนามแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีว่าการประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไปตามกระทรวงต่างๆโดยมีปลัดกระทรวงเป็นประธานอนุกรรมการ ทั้งสิ้น 8 คณะ

นับตั้งแต่มีการตั้งกลไกการแก้ปัญหาขึ้นมาจนเกือบจะครบรอบ 4 ปี ขปส. มีโอกาสเพียง 4 ครั้ง ในการประชุมอย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังมีอุปสรรคปัญหาภายในตัวกลไกเองคือ การสั่งการเชิงนโยบายที่ต้องข้ามกระทรวงไม่สามารถทำได้จริง สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจึงกลายเป็นการอุปสรรคอันใหญ่หลวงในการแก้ปัญหาของ ขปส. และที่สำคัญเรายังไม่เคยได้เห็นความห่วงใยต่อการแก้ไขปัญหาของ ขปส. จากตัวนายกรัฐมนตรีแม้เพียงการให้เข้าพบเพื่อเสนอ และรับฟังสภาพปัญหาของชาวบ้าน

กระทั่ง มีการเคลื่อนไหวของ ขปส. นับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กลับปรากฏปฏิกิริยาของนายกรัฐมนตรี หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งการให้สัมภาษณ์ในหลายประเด็น เป็นการตอกย้ำว่านายกรัฐมนตรีไม่ทราบข้อเท็จจริงความเดือดร้อนของ ขปส. เช่น การกล่าวหาประชาชนรากหญ้าเรียกร้องเอาแต่ของฟรี ซึ่งในทางเป็นจริงประวัติศาสตร์ และความเจ็บปวดจากการถูกกระทำของประชาชนมีมาอย่างต่อเนื่อง หากคนอยู่ก่อนการประกาศเขตป่าแล้วนั้น นี่เป็นสิทธิที่ประชาชนต้องเรียกร้องเอาสิทธิคืนมิใช่หรือ และนายกรัฐมนตรีไม่ต้องกังวลที่จะมีประชาชนกลุ่มต่างๆมาเรียกร้องกันอีก ถ้าหากสังคมไทยมีความเป็นธรรมที่เท่าเทียมและทั่วถึงในทุกชนชั้น

ส่วนกิจกรรมการเคลื่อนไหวติดตามการแก้ปัญหาของ ขปส. ที่มีความจำเป็นต้องไปตามกระทรวงต่างๆนั้น เนื่องจากที่ผ่านมาการแก้ปัญหาในกลไกที่ทางรัฐบาลตั้งขึ้นมาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ทาง ขปส. จึงต้องติดตามการแก้ปัญหารายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผลจากการไปร่วมประชุมทำให้ได้ข้อตกลงร่วมกันกับทุกกระทรวง ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการลงนามร่วมกันเพื่อให้เกิดแก้ไขปัญหา และยังได้มีปฏิบัติการลงพื้นที่ในทันที ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากลไกคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีลงนามนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ส่วนการเคลื่อนไหวแต่ละพื้นที่ ขปส.ได้ไปนั้น เราเคร่งคัดปฏิบัติตามกฎหมายที่มีอยู่ แต่ตรงข้ามการปฎิบัติของส่วนราชการเองที่ไม่เคยเคารพต่อกฎหมายเสียเอง ดังเช่นที่ได้เห็นในข่าวถึงการสกัดกั้นผู้ที่จะมาร่วมการติดตามการแก้ปัญหาของ ขปส. ที่จังหวัดลำพูน เป็นต้น

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ไม่มีความประสงค์ที่จะมาทำให้รัฐบาลเสียภาพลักษณ์แต่อย่างใด เราคาดหวังเพียงการแก้ปัญหาให้กับสมาชิก ขปส. อย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็ว การที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงให้เรานั้นอดทนรอ ขปส. ได้อดกลั้นถึงที่สุดแล้วในระยะเวลา 3 ปีกว่าแล้ว แต่ไม่เกิดการแก้ปัญหาแม้แต่กรณีเดียว เพราะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าข้อเสนอในการแก้ปัญหาที่ภาคประชาชนเสนอ เช่น

ธนาคารที่ดินเป็นที่แก้ไขปัญหาการไร้ที่ทำกินของคนจนทั้งประเทศโดยคนจนจะต้องกู้ยืมจากธนาคารนี้เพื่อจัดซื้อที่ดิน และต้องส่งคืนทุกบาททุกสตางค์ มิใช่เป็นการให้เปล่าแต่อย่างใด

กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษ ใช้มาตรา 44 ทวงคืนที่ดินทำกินที่เกษตรกรทำกินมา เกือบ 100 ปีไปให้นายทุนอุตสาหกรรม และมีข้อเสนอจาก ขปส. ให้รัฐบาลจัดหาที่ดินทำกินให้กับเกษตรจำนวน ๖ ราย พื้นที่ประมาณ ๑๗๐ไร่ ซึ่งไม่ประสงค์จะรับการชดเชยเป็นตัวเงินเพราะไม่มีความยั่งยืน ขปส เห็นว่านี่คือความคืนความเป็นธรรม มิใช่ความใจร้อนหรือชี้นิ้วเอาแต่ใจ ,

กรณีกลุ่มเกษตรกรในจังหวัดสุราษธานี ที่ร่วมมือกับ สปก ในการทวงคืนที่ดินจากกลุ่มทุน ซึ่งยึดถือที่ดินหมดสัมปทาน มาแล้วหลายสิบปีโดยรัฐไม่ได้รับประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น กลุ่มเกษตรกรดดังกล่าวยังได้ปรับปรุง ฟื้นฟูพื้นที่เหล่านั้น จัดการที่ดินในรูปกลุ่มเกษตรกร โดยยึดหลักทำเกษตรผสมผสานตามแนวทางศาสตร์พระราชา บนพื้นที่เพียงแค่ 700 ไร่ แต่รัฐบาลกลับใช้แนวนโยบาย คทช โดยรื้อถอนทำลายพืชผลอาสินของเกษตรกรที่ทำกินมาแล้วกว่า 10 ปีออก และจัดคนใหม่เข้ามาทดแทนคนเก่า ซึ่งจะทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกันเอง และระหว่างประชาชนกับรัฐขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ขปส.ได้เสนอให้ยุติการกระทำดังกล่าว เพราะเห็นคุณค่าของการทวงคืนที่ดินคืนรัฐ และเป็นพื้นที่นำร่องตามแนวศาสตร์พระราชา และ นี่มิใช่หรือคือสิ่งที่รัฐบาลต้องการ

ขปส.ขอเรียนว่า เรามิใช่เป็นเพียงคนจนที่มีปัญหา หรือถูกระทำ แต่เรายังเป็นกลุ่มประชาชนที่มีรูปธรรมการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาของตนเอง เรามีกลุ่มออมทรัพย์ ธนาคารชุมชน มีระบบสวัสดิการชุมชน การสร้างบ้าน สร้างชุมชน การจัดการขยะ การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ จนเป็นพื้นที่รูปธรรม ในหลากหลายรูปแบบ และขอเรียนเชิญท่านนายกรัฐมนตรีและสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์ความจริงให้เป็นที่ประจักษ์ เช่นเดียวกับการเดินทางไปบุรีรัมย์ และหลายจังหวัด ทั้งนี้ เพื่อพิสูจน์ความจริง และรูปธรรมในการต่อสู้ของชาวบ้าน

ในการนี้ พวกเรา ขปส. มีข้อเสนอเพื่อให้ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พิจารณา ดังต่อไปนี้

1. ในด้านการปฏิรูปที่ดินเพื่อคนจน ขปส. เสนอแนวทางโฉนดชุมชนซึ่งสถานะที่ดินยังเป็นของรัฐอยู่แต่ให้ประชาชนร่วมกันบริหารจัดการที่ดินแปลงรวมเป็นรูปแบบหนึ่งในชุมชนมีความยั่งยืนเป็นแหล่งมั่นคงทางอาหารให้กับสังคม และเป็นพื้นที่วิถีวัฒนธรรม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยโดยมีหลักการเดียวกันกับคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ

2. กรณีปัญหาที่ดิน ที่ประชาชนทำกินอาศัยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานทั้งชุมชนเมือง-ชนบทรูปแบบต่างๆ และนโยบาย หรือกฏหมายที่ประกาศทับในภายหลัง ทำให้เกิดปัญหาระหว่างประชาชนกับรัฐ ขปส. จึงมีข้อเสนอปรับรูปแบบในการแก้ไขปัญหาให้อยู่ร่วมกันได้

3. เรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่ถูกละเมิดมาอย่างยาวนา คนไทยผลัดถิ่น กลุ่มชาติพันธ์ ซึ่งเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของรัฐ ขปส. จึงเสนอทางออกให้อยู่ร่วมกันได้ คืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ตามรัฐธรรมนูญ ปี 60 ตามมาตรา 70

4. ให้รัฐดำรงเจตนารมณ์ของกลไกระดับนโยบายที่ภาคประชาชนเสนอขึ้นเพื่อแก้ปัญหาคนจนทั้งประเทศให้เข้าถึงที่ดิน นั้นคือธนาคารที่ดินที่มุ่งเน้นให้เป็นองค์กรอิสระไม่ใช่องค์กรแสวงหากำไรเชิงพาณิชย์ ซึ่งสังคมไทยมีบทเรียนที่ล้มเหลวและเจ็บปวด กับการเกษตรกรต้องสูญเสียทรัพย์สินและปัจจัยการผลิต ไปที่ ธกส.

ด้วยเหตุดังนี้ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ยังคงมีความจำเป็นในการติดตามการแก้ปัญหาของรัฐบาลอีกต่อไปจนกว่าการแก้ปัญหาจะบรรลุข้อเสนอ และเกิดการปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่ ทั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่าเรื่องราวข้อเท็จจริง และหลักการทางนโยบายที่ ขปส. เสนอตลอดช่วงที่ผ่านมา คือเนื้อหาใจกลางของการปฏิรูปที่ดิน และทรัพยากรของสังคม ซึ่งเป็น 1 ใน 11 เรื่อง ที่รัฐบาลจะดำเนินการ ตามที่ได้กล่าวอ้างในการเข้ามาบริหารประเทศ และผู้นำในการปฎิรูปดังกล่าว ต้องมีวิธีคิดและท่วงทำนองที่เป็นไปในทางสร้างสรรค์ และรับฟังข้อเท็จจริงอย่างถึงที่สุด หาใช่การกล่าวร้าย และสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้คนในสังคม

เชื่อมั่นในพลังประชาชน

ที่ดิน เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความเป็นธรรม

วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

สำนักข่าววิหคนิวส์