จำนวนผู้ชม

สิ่งแวดล้อม » ขน 2 หมื่นชื่อบุกทำเนียบ! “บอสเอก” นำชาวจันทบุรีต้านอ่างวังโตนด 7,200 ล้าน จี้รัฐบาลทบทวน

ขน 2 หมื่นชื่อบุกทำเนียบ! “บอสเอก” นำชาวจันทบุรีต้านอ่างวังโตนด 7,200 ล้าน จี้รัฐบาลทบทวน

9 November 2026
5   0

มวลชนชาวจันทบุรีกว่า 50 คน เดินทางถึงบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 นำโดย “บอสเอก” พชรดนัย ใจเที่ยง แกนนำกลุ่มประชาชนคนรักษ์จันท์ ยื่นหนังสือคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด จังหวัดจันทบุรี พร้อมรายชื่อประชาชนกว่า 20,000 คน เรียกร้องรัฐบาลทบทวนโครงการวงเงิน 7,200 ล้านบาท หลังตั้งข้อกังวลผลกระทบต่อผืนป่า สวนผลไม้ และการจัดสรรน้ำให้ประชาชนในพื้นที่ โดยเดินทางมาร่วมการเคลื่อนไหวกับกลุ่มกำนันมะโน เครือแก้ว

ชาวจันทบุรีเดินทางถึงทำเนียบฯ ยื่นหนังสือค้านอ่างวังโตนด

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 14.40 น. กลุ่มประชาชนคนรักษ์จันท์ นำโดยนายพชรดนัย ใจเที่ยง หรือ “บอสเอก” พร้อมประชาชนจากจังหวัดจันทบุรีกว่า 50 คน เดินทางมาบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ใกล้ทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติประชาชนปกป้องแผ่นดิน (นปพ.) ซึ่งนำโดยนายมะโน เครือแก้ว หรือกำนันมะโน

ขณะเดียวกัน กลุ่มชาวจันทบุรีได้แสดงจุดยืนคัดค้านโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี โดยนำหนังสือและรายชื่อประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการกว่า 20,000 รายชื่อ ยื่นต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อให้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลรับทราบข้อเรียกร้อง

รายงานข่าวระบุว่า นายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับหนังสือแทนรัฐบาล

นายพชรดนัยกล่าวว่า การเดินทางมายังกรุงเทพมหานครครั้งนี้เป็นการนำเสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการมาสื่อสารต่อรัฐบาล หลังจากเครือข่ายเคลื่อนไหวคัดค้านมาอย่างต่อเนื่อง และต้องการให้รัฐบาลทบทวนการอนุมัติโครงการดังกล่าว

ครม.อนุมัติวงเงิน 7,200 ล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี

โครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนดเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมอบหมายให้กรมชลประทานดำเนินการ

โครงการมีกรอบวงเงินงบประมาณ 7,200 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 7 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570–2576

รัฐบาลให้เหตุผลว่า โครงการมีเป้าหมายเพิ่มความมั่นคงด้านทรัพยากรน้ำของภาคตะวันออก รองรับความต้องการใช้น้ำของประชาชน ภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC รวมถึงเป็นแหล่งน้ำต้นทุนและช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองวังโตนด

อย่างไรก็ตาม กลุ่มประชาชนคนรักษ์จันท์และเครือข่ายคัดค้านมองว่า โครงการยังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบ ทั้งความจำเป็นในการสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่ ผลกระทบต่อพื้นที่ป่าไม้ ระบบนิเวศ แหล่งอาศัยของสัตว์ป่า และวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ตั้งคำถามมีอ่างเก็บน้ำเดิม 3 แห่ง แต่ชาวบ้านยังเดือดร้อน

หนึ่งในข้อกังวลสำคัญของชาวจันทบุรีคือ การบริหารจัดการน้ำจากอ่างเก็บน้ำเดิม โดยตัวแทนประชาชนตั้งคำถามว่า เหตุใดจึงต้องใช้งบประมาณอีก 7,200 ล้านบาทสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่ ทั้งที่ในพื้นที่มีอ่างเก็บน้ำเดิมอยู่แล้ว 3 แห่ง

นายสันติ ตันศรีสกุล ชาวสวนทุเรียนจังหวัดจันทบุรี ให้ข้อมูลตามรายงานข่าวว่า อ่างเก็บน้ำเดิมมีการส่งน้ำไปสนับสนุนพื้นที่อุตสาหกรรมในจังหวัดชลบุรีและระยอง ขณะที่ประชาชนและเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรียังประสบปัญหาการเข้าถึงน้ำ

ตัวแทนชาวบ้านยังกล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยระบุว่า ในฤดูฝนมีพื้นที่บ้านเรือนและสวนผลไม้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่วนในฤดูแล้งเกษตรกรบางส่วนยังต้องซื้อน้ำมาใช้ในการประกอบอาชีพ

เครือข่ายจึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณาปรับปรุงระบบส่งน้ำและการกระจายน้ำจากอ่างเก็บน้ำเดิมทั้ง 3 แห่งให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในจังหวัดจันทบุรีอย่างทั่วถึง ก่อนพิจารณาลงทุนสร้างแหล่งน้ำแห่งใหม่

ห่วงกระทบผืนป่าเขาสิบห้าชั้นและพื้นที่สัตว์ป่า

อีกประเด็นที่กลุ่มคัดค้านให้ความสำคัญคือผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะพื้นที่ป่าเขาสิบห้าชั้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่า

เครือข่ายอนุรักษ์ตั้งข้อกังวลว่า การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำอาจทำให้พื้นที่ป่าบางส่วนสูญเสียไป กระทบแหล่งต้นน้ำและระบบนิเวศ รวมถึงทำให้สัตว์ป่าสูญเสียพื้นที่หากินและต้องออกมาใกล้พื้นที่เกษตรกรรมของชาวบ้านมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า ซึ่งเป็นประเด็นที่ชุมชนในพื้นที่ต้องเผชิญ โดยชาวบ้านต้องการให้รัฐบาลพิจารณาผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชนควบคู่ไปกับการพัฒนาแหล่งน้ำ

ค้านรายงาน EHIA เรียกร้องเปิดข้อมูลให้ประชาชนตรวจสอบ

ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมยังเกี่ยวข้องกับรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือ EHIA ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อถกเถียงระหว่างหน่วยงานรัฐกับเครือข่ายคัดค้าน

ก่อนหน้านี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เคยชี้แจงว่า รายงาน EHIA ของโครงการได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการเมื่อปี 2563 และผ่านความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติในปี 2564

ขณะที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียรและเครือข่ายอนุรักษ์ได้แสดงความเห็นคัดค้าน โดยตั้งคำถามถึงความครบถ้วนของข้อมูล ผลกระทบต่อพื้นที่ป่า และความเหมาะสมของทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำ พร้อมเตรียมดำเนินการทางกฎหมายเพื่อขอให้ตรวจสอบรายงาน EHIA

ส่วนกรมชลประทานยืนยันว่าโครงการผ่านกระบวนการพิจารณาด้านสิ่งแวดล้อมตามขั้นตอน และมีมาตรการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและชุมชน

รัฐบาลยืนยันอนุมัติหลักการ แต่ยังต้องผ่านเงื่อนไขด้านกฎหมายและพื้นที่ป่า

ภายหลังมีการคัดค้านโครงการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเคยชี้แจงว่า มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เป็นการอนุมัติหลักการตามข้อเสนอของกรมชลประทาน โดยการดำเนินโครงการยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

โดยเฉพาะการใช้พื้นที่ป่าและพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ และต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติตามขั้นตอนกฎหมาย

กระทรวงยังระบุว่า พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนทุกฝ่าย รวมถึงรับหนังสือคัดค้านเพื่อนำเสนอต่อผู้บริหารกระทรวงพิจารณา

จับตาเครือข่ายคนรักษ์จันท์ผนึกม็อบกำนันมะโน

การเดินทางของชาวจันทบุรีครั้งนี้เกิดขึ้นในวันเดียวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มกำนันมะโน ซึ่งเดินทางมายังทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและราคาน้ำมัน

แม้ทั้งสองกลุ่มจะมีข้อเรียกร้องแตกต่างกัน แต่มีการมารวมตัวในพื้นที่เดียวกันบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยกลุ่มคนรักษ์จันท์ประกาศว่าจะรอต้อนรับและร่วมสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกำนันมะโน

การรวมตัวดังกล่าวทำให้เกิดภาพการเคลื่อนไหวของประชาชนจากหลายพื้นที่ ซึ่งต่างนำปัญหาและข้อเรียกร้องของตนเองมาสื่อสารต่อรัฐบาล

สำหรับเครือข่ายคนรักษ์จันท์ ยืนยันว่าประเด็นหลักยังคงเป็นการคัดค้านโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด และต้องการให้รัฐบาลทบทวนข้อมูลความจำเป็น ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และแนวทางจัดสรรน้ำให้ประชาชนในจังหวัดจันทบุรี

คำถามถึงรัฐบาล: 7,200 ล้านบาท จะสร้างประโยชน์ให้ใคร?

ข้อเรียกร้องของชาวจันทบุรีครั้งนี้มีประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องชี้แจงอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องการใช้ประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำเดิม การกระจายน้ำให้เกษตรกรในพื้นที่ ผลกระทบต่อป่าและสัตว์ป่า ตลอดจนความจำเป็นในการลงทุนสร้างอ่างเก็บน้ำแห่งใหม่

ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลและกรมชลประทานยืนยันถึงเป้าหมายด้านความมั่นคงทางน้ำและประโยชน์ต่อภาคตะวันออก แต่ฝ่ายประชาชนยังต้องการข้อมูลที่ชัดเจนว่าโครงการจะส่งผลดีต่อชาวจันทบุรีอย่างไร และจะมีมาตรการป้องกันผลกระทบต่อชุมชนและทรัพยากรธรรมชาติอย่างไร

การนำรายชื่อประชาชนกว่า 20,000 คนมายื่นต่อรัฐบาลจึงเป็นการแสดงจุดยืนของเครือข่ายคัดค้านที่ต้องการให้เสียงของประชาชนได้รับการพิจารณา ก่อนเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ที่อาจส่งผลต่อทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ในระยะยาว

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง

  • PPTV HD36 วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 รายงานชาวจันทบุรีกว่า 50 คนยื่นรายชื่อ 20,000 คนคัดค้านอ่างวังโตนด
  • THE STANDARD วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 รายงานการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนรักษ์จันท์บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ
  • Amarin TV วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 รายงานการยื่นหนังสือและข้อเรียกร้องของชาวจันทบุรี
  • สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี วันที่ 5 สิงหาคม 2569 มติอนุมัติโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
  • กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานขั้นตอนการจัดทำ EHIA
  • กรมชลประทาน วันที่ 17 สิงหาคม 2569 คำชี้แจงโครงการอ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คำชี้แจงเงื่อนไขการดำเนินโครงการ

#ม็อบจันทบุรี #คนรักษ์จันท์ #บอสเอก #พชรดนัยใจเที่ยง #กำนันมะโน #อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด #ค้านอ่างวังโตนด #2หมื่นรายชื่อ #งบ7200ล้าน #เขาสิบห้าชั้น #EHIA #ทำเนียบรัฐบาล #ข่าวการเมือง #ข่าวสิ่งแวดล้อม #สำนักข่าววิหคนิวส์