จำนวนผู้ชม

ข่าวประจำวัน » ณัฐวุฒิเปิดศึกอำนาจ! กกต.ชนศาลฎีกา 3 วัน 3 เหตุการณ์ร้อน เทียบสถานการณ์ “มหาภารตะ” เตือนอย่าใช้กลไกยุติธรรมห้ำหั่นกัน

ณัฐวุฒิเปิดศึกอำนาจ! กกต.ชนศาลฎีกา 3 วัน 3 เหตุการณ์ร้อน เทียบสถานการณ์ “มหาภารตะ” เตือนอย่าใช้กลไกยุติธรรมห้ำหั่นกัน

8 November 2026
7   0

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นถึงความเคลื่อนไหวขององค์กรอิสระและองค์กรตุลาการ หลังเกิดเหตุการณ์ต่อเนื่อง 3 เรื่อง ระหว่างวันที่ 3–6 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องอำนาจตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และการดำเนินคดีเกี่ยวกับการเลือก สว.

ณัฐวุฒิย้อนกล่าวถึงช่วงที่คนเสื้อแดงต่อสู้ทางการเมืองอย่างเข้มข้น โดยระบุว่าในเวลานั้นมีการตั้งคำถามเรื่องหลักนิติธรรม จนคำว่า “ยุติธรรม 2 มาตรฐาน” กลายเป็นวาทกรรมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย

เขากล่าวถึงคำวินิจฉัยในอดีต ทั้งกรณีการเลือกตั้งเป็นโมฆะ การยุบพรรคการเมือง และการปลดนายกรัฐมนตรี ซึ่งในมุมมองของเขาเป็นกรณีที่สะท้อนข้อถกเถียงว่าศาลรัฐธรรมนูญขยายขอบเขตอำนาจมากขึ้นหรือไม่ รวมถึงกรณีที่มีข้อเท็จจริงคล้ายกันแต่กลับมีคำวินิจฉัยแตกต่างกัน

ณัฐวุฒิระบุว่า เคยปราศรัยหลายเวทีถึงผลกระทบระยะยาว หากกลไกตุลาการถูกมองว่าใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพราะวันหนึ่งผู้ที่รู้สึกว่าถูกล้ำเส้นอาจไม่ได้มีเพียงประชาชน ฝ่ายบริหาร หรือฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น แต่อาจรวมถึงอำนาจตุลาการเองด้วย

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 กกต.มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง เห็นชอบให้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. หลังศาลฎีการับคำร้องไว้พิจารณา 3 คดี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร สว. โดย กกต. ต้องการให้วินิจฉัยว่าคำสั่งรับสมัครและประกาศรายชื่อผู้สมัครถือเป็นที่สุดหรือไม่ รวมถึงคำวินิจฉัยยกคำร้องของ กกต. สามารถถูกนำไปยื่นต่อศาลฎีกาเพื่อขอตรวจสอบหรือทบทวนได้หรือไม่

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 8/2569 ซึ่งนายดิเรก พรสีมา เป็นผู้ร้อง ฝ่าย กกต. ยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณา โดยอ้างว่ามีมติให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ กกต. ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า กกต. มีเพียงมติที่จะยื่นเรื่อง แต่ยังไม่ปรากฏว่ามีการยื่นคำร้องจริง จึงไม่มีเหตุให้เลื่อนการพิจารณา และกำหนดนัดไต่สวนพยานวันที่ 21 ธันวาคม 2569

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 นายวิธูร คลองมีคุณ ประธานศาลอุทธรณ์ มีคำวินิจฉัยที่ วท. 27/2569 กรณีคดีที่นายพงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล ยื่นฟ้องนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และกรรมการ กกต. รวม 8 คน จากข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการเลือก สว. โดยชี้ว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ และประชาชนสามารถยื่นฟ้องได้โดยตรงตามเงื่อนไขของกฎหมาย แนวคำวินิจฉัยครั้งนี้แตกต่างจากแนวทางเดิมของประธานศาลอุทธรณ์คนก่อน เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569

ณัฐวุฒิระบุว่า ไม่เคยเห็นองค์กรอิสระยื่นเรื่องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยขอบเขตอำนาจของศาลฎีกามาก่อน แม้จะมีคำอธิบายว่าเป็นการขอให้วินิจฉัยกรอบอำนาจของ กกต. เอง แต่โดยนัยถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินคดีในศาลฎีกา

เมื่อมองภาพรวมความขัดแย้งทางการเมืองตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ณัฐวุฒิมองว่าได้สร้างภูมิทัศน์ทางอำนาจใหม่ให้สังคมไทย โดยอำนาจอธิปไตยของประชาชนซึ่งเป็นอำนาจสูงสุด กลับกลายเป็นอำนาจอ่อนที่ไม่มีแรงต่อกรกับอำนาจอื่นซึ่งแฝงตัวอยู่ภายใต้เสื้อคลุมประชาธิปไตย เขากล่าวว่า รัฐบาลจากการเลือกตั้งและพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของประชาชนถูกล้มและถูกยุบครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญมีบทบาทและอำนาจเพิ่มขึ้นทุกวัน

ณัฐวุฒิกล่าวว่า หาก กกต. สามารถยื่นเรื่องโดยตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยอำนาจของศาลฎีกาได้ และศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้พิจารณาจนมีคำวินิจฉัย ก็อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่ทำให้มีการยื่นเรื่องลักษณะเดียวกันตามมาอีกจำนวนมาก พร้อมตั้งประเด็นถึงสถานะของศาลยุติธรรม

เขากล่าวถึงการใช้อำนาจตุลาการเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้ามหรือช่วยเหลือฝ่ายเดียวกันว่า อาจทำให้เกิดความขัดแย้งตั้งแต่ระดับผู้กระทำกับผู้ถูกกระทำ ก่อนขยายไปเป็นความขัดแย้งระหว่างสถาบัน และอาจเกิดคู่ขัดแย้งใหม่ระหว่างตุลาการในระบบศาลยุติธรรมกับตุลาการหรือองค์กรอิสระในระบบที่เขาเรียกว่า “นิติสงคราม”

ณัฐวุฒิเปรียบองค์กรอิสระกับศาลรัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ว่าเป็นเสมือนพี่น้องที่มีจุดกำเนิดเกี่ยวข้องกับวุฒิสภา ส่วนศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา เป็นอีกครอบครัวหนึ่งในระบบศาลยุติธรรม

เขายกมหากาพย์ “มหาภารตะ” ซึ่งเป็นเรื่องราวการต่อสู้ระหว่างเครือญาติ เพื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์ที่กลไกอำนาจต่าง ๆ อาจขัดแย้งและห้ำหั่นกันเอง พร้อมกล่าวว่า ภาวนาอย่าให้มีใครใช้กลไกยุติธรรมเข้าหักล้างกัน เพราะบ้านเมืองที่มีปัญหาอยู่แล้วจะยิ่งแย่ลงไปอีก

ณัฐวุฒิกล่าวทิ้งท้ายว่า “โชคดีที่ประเทศไทยไม่มีเหตุการณ์แบบนี้” และหากมีเวลาว่างจะเขียนเรื่อง “มหาภารตยุทธ์ ฉบับณัฐวุฒิ” มาให้อ่านกัน

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: เดลินิวส์, ข่าวสด, Nation TV, PPTV HD36, MGR Online

#ณัฐวุฒิใสยเกื้อ #กกต #ศาลฎีกา #ศาลรัฐธรรมนูญ #ศาลอุทธรณ์ #เลือกสว #คดีฮั้วสว #นิติสงคราม #หลักนิติธรรม #การเมืองไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์