วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนเพื่อเยาวชนและสังคม พร้อมด้วย พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร พรหมภากร อดีตรองผู้บัญชาการกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้ข้อมูลและส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง”
การเข้าพบ DSI ครั้งนี้มีประเด็นสำคัญหลายด้าน ทั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน การจัดซื้อสิ่งของ การใช้จ่ายเงินบริจาค ความเชื่อมโยงกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ และการใช้เงินที่อ้างว่านำไปช่วยเหลือภารกิจบริเวณชายแดน ซึ่งมีการกล่าวถึงวงเงินประมาณ 200 ล้านบาท
ทนายตั้มวัดใจ DSI ลั่นมีหลักฐานเส้นเงินผิดปกติ
นายษิทรากล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ต้องการให้เห็นถึงความคืบหน้าการทำงานของกระทรวงยุติธรรมและ DSI โดยยืนยันว่าไม่ต้องการให้การตรวจสอบเกี่ยวข้องกับประเด็นสีเสื้อหรือความขัดแย้งทางการเมือง แต่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างเป็นกลางตามพยานหลักฐาน
นายษิทราอ้างว่า จากข้อมูลที่รวบรวมได้พบข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน การจัดซื้อสิ่งของในราคาที่สูงกว่าราคาตลาด รวมถึงธุรกรรมที่มีเงินโอนมาจากต่างประเทศ ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินผ่านมูลนิธิหรือไม่
นอกจากนี้ยังกล่าวถึงข้อสงสัยเรื่องการตั้งบริษัทนอมินี การใช้เงินของมูลนิธิจ่ายค่าจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และความเชื่อมโยงกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยระบุว่าได้ส่งหลักฐานบางส่วน เช่น สลิปการโอนเงินและข้อมูลประกอบ ให้พนักงานสอบสวนพิจารณาแล้ว
คาดไม่เกิน 10 วัน อาจมีหมายเรียก
นายษิทรากล่าวว่า จากข้อมูลความคืบหน้าที่ได้รับ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยคาดการณ์ว่าอาจมีการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องให้เข้าพบภายในไม่เกิน 10 วัน
อย่างไรก็ตาม นายษิทราระบุว่า ขั้นตอนของ DSI จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกเรียกมาชี้แจงข้อสงสัยก่อน หากไม่สามารถชี้แจงได้ เจ้าหน้าที่จึงจะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ การคาดการณ์เรื่องหมายเรียกภายใน 10 วันเป็นความเห็นของนายษิทรา ไม่ใช่กำหนดการที่ DSI ประกาศอย่างเป็นทางการ
อดีตบิ๊กทหารเรือตั้งคำถาม งบช่วยชายแดน 200 ล้านบาท
ด้าน พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร กล่าวถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่านำเงินประมาณ 200 ล้านบาทไปช่วยเหลือภารกิจบริเวณชายแดนว่า จากการประเมินของตนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยอดเงินที่ใช้จริง โดยเห็นว่ายอด 50 ล้านบาทก็ยังเป็นตัวเลขที่อธิบายได้ยาก และตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีค่าใช้จ่ายจริงต่ำกว่านั้นมาก
พล.ร.ต.ชรัมม์ภากรกล่าวถึงสิ่งของและอุปกรณ์ที่นำไปติดตั้งในพื้นที่ชายแดนว่า มีตู้คอนเทนเนอร์มือสองประมาณ 50–60 ตู้ ซึ่งอ้างว่ามีราคาซื้อตู้ละประมาณ 30,000 บาท รวมถึงระบบกล้องวงจรปิด การเดินสายไฟ และหม้อแปลงไฟฟ้า
พร้อมตั้งข้อสงสัยว่า เมื่อพิจารณาจากสิ่งปลูกสร้างและอุปกรณ์ที่ปรากฏแล้ว ยังมีรายละเอียดค่าใช้จ่ายส่วนใดที่ทำให้ยอดรวมสูงถึง 200 ล้านบาท จึงต้องการให้มีการตรวจสอบบัญชีและหลักฐานการใช้จ่ายอย่างละเอียด
แฉตู้คอนเทนเนอร์ติดแอร์ ใช้เป็นพื้นที่ไลฟ์สดรับบริจาค
อีกประเด็นที่ พล.ร.ต.ชรัมม์ภากรกล่าวถึง คือการติดตั้งเครื่องปรับอากาศภายในตู้คอนเทนเนอร์ โดยตั้งข้อกล่าวอ้างว่าไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้กำลังพลทหารใช้ประโยชน์ แต่เป็นพื้นที่สำหรับทีมงานของกัน จอมพลัง ใช้ไลฟ์สดและจัดทำคอนเทนต์เพื่อประชาสัมพันธ์การทำงานและเปิดรับบริจาค
ประเด็นดังกล่าวเป็นคำกล่าวของอดีตนายทหารผู้เข้ายื่นข้อมูลต่อ DSI ซึ่งยังต้องตรวจสอบจากหลักฐานการจัดซื้อ การติดตั้ง การใช้งานจริง และเอกสารการเงินที่เกี่ยวข้อง
ย้อนปมขัดแย้งชายแดน
พล.ร.ต.ชรัมม์ภากรยังกล่าวถึงที่มาของความขัดแย้งว่า เริ่มต้นจากช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังตนเข้าไปตักเตือนการเคลื่อนไหวของกัน จอมพลัง ในพื้นที่ชายแดน โดยเห็นว่าอาจขัดต่อบันทึกข้อตกลงและมาตรการลดความตึงเครียดตามกลไกของกระทรวงกลาโหม
จากนั้นจึงเกิดความขัดแย้งและมีการกล่าวถึงกันผ่านสื่อ โดยอดีตนายทหารระบุว่าตนถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกกดดันให้ย้ายออกจากพื้นที่
DSI รับเรื่องตรวจสอบมาตั้งแต่เดือนกันยายน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 DSI ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เพื่อขอให้ตรวจสอบการดำเนินงาน การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ ตลอดจนเส้นทางการเงินและพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการใช้ทรัพย์สินของมูลนิธิผิดวัตถุประสงค์
ต่อมาในวันที่ 3 พฤศจิกายน นายษิทราได้นำเอกสารงบการเงินและหลักฐานเพิ่มเติมส่งให้พนักงานสอบสวน โดยกล่าวถึงข้อสงสัยเรื่องการซื้อที่ดินมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท การซื้อยานพาหนะ และธุรกรรมหลายรายการในช่วงปี 2568 ซึ่งขอให้ DSI ตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของการใช้จ่าย
การเข้าพบครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน จึงเป็นการให้ข้อมูลและส่งหลักฐานเพิ่มเติมในประเด็นที่กำลังถูกตรวจสอบ
จับตา DSI ตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประเด็น
กรณีนี้มีหลายประเด็นที่ต้องพิสูจน์ ทั้งเส้นทางเงิน ความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนัน การจัดซื้อจัดจ้าง การใช้เงินบริจาค และค่าใช้จ่ายในภารกิจชายแดน โดยต้องอาศัยเอกสารบัญชี หลักฐานธุรกรรม คำให้การของพยาน และคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การร้องเรียนและการนำหลักฐานส่งให้ DSI ไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดแล้ว ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเว็บพนัน การฟอกเงิน และการใช้เงินบริจาคผิดวัตถุประสงค์ยังต้องผ่านการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ และผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิชี้แจงและต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมาย
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI), มติชน, Thai PBS, ข่าวสด
#ทนายตั้ม #ษิทราเบี้ยบังเกิด #กันจอมพลัง #มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ #DSI #เว็บพนันออนไลน์ #ฟอกเงิน #เงินบริจาค #งบช่วยเหลือชายแดน #ข่าวอาชญากรรม #ข่าววันนี้ #สำนักข่าววิหคนิวส์
