วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง นัดตรวจพยานหลักฐานครั้งที่ 2 ในคดีหมายเลขดำ ลต สว 10/2569 ซึ่งนายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สมาชิกวุฒิสภาสำรอง เป็นผู้ร้องขอให้ศาลพิจารณาคุณสมบัติการสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาของผู้สมัครจากจังหวัดอำนาจเจริญ 2 ราย ได้แก่ นางแดง กองมา และนายสมพาน พละศักดิ์ ในประเด็นการสมัครผิดกลุ่มอาชีพ
คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 โดยระบุว่า ผู้สมัครทั้งสองแจ้งอาชีพค้าขายหมูสดและขายก๋วยเตี๋ยว ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าเป็นอาชีพที่ควรอยู่ในกลุ่ม 19 กลุ่มอาชีพอิสระหรือค้าขาย แต่กลับได้รับการรับรองให้สมัครในกลุ่ม 10 กลุ่มผู้ประกอบกิจการอื่น
ผู้ร้องจึงขอให้ศาลตรวจสอบว่าการสมัครดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ รวมถึงขอให้พิจารณาเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เกี่ยวข้อง
ศาลไม่ให้เลื่อน เดินหน้าไต่สวนตามกำหนด
ในการนัดตรวจพยานหลักฐานครั้งนี้ ฝ่ายผู้คัดค้านได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการพิจารณา โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับประเด็นอำนาจหน้าที่และคุณสมบัติของผู้ร้อง รวมถึงกรณีที่ กกต.มีมติยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาปัญหาขอบเขตอำนาจของศาลฎีกา
อย่างไรก็ตาม ศาลพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้เลื่อน โดยเห็นว่าในขณะนั้นยังไม่มีข้อมูลว่ามีการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้วหรือจะยื่นเมื่อใด จึงให้ดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีต่อไป
กำหนดไต่สวน 2 นัดสำคัญ
ศาลกำหนดวันไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2569 และฝ่ายผู้คัดค้านในวันที่ 8 ธันวาคม 2569 โดยฝ่ายผู้ร้องได้รับอนุญาตให้นำพยานบุคคลเข้าเบิกความ 4 ปาก จากรายชื่อพยานที่เสนอทั้งหมด 11 ปาก พร้อมพยานเอกสารประกอบ
บุคคลที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเบิกความ ได้แก่ นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ผู้ร้อง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw
โดยนายสมชัยและนายยิ่งชีพจะให้ข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การสมัครสมาชิกวุฒิสภา
สมชัยชี้คดีนี้มีประเด็นสำคัญ 3 ส่วน
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กล่าวภายหลังการตรวจพยานหลักฐานว่า การพิจารณาของศาลมีประเด็นสำคัญที่ต้องวินิจฉัย 3 ส่วน ได้แก่
1. ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาคดีนี้หรือไม่
2. ผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองรายสมัครผิดกลุ่มอาชีพตามข้อกล่าวอ้างของผู้ร้องหรือไม่ โดยต้องพิจารณาข้อเท็จจริง เอกสารการสมัคร และหลักเกณฑ์การรับสมัคร
3. ศาลจะมีคำพิพากษาอย่างไรต่อคำวินิจฉัยของ กกต. รวมถึงสถานะและคุณสมบัติของสมาชิกวุฒิสภาทั้งสองราย
นายสมชัยประเมินว่า กระบวนการไต่สวนที่ศาลกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจทำให้คดีมีความคืบหน้าจนทราบผลภายในเดือนธันวาคม 2569
ผู้ร้องเผยมีคดี ส.ว.อื่นอยู่ระหว่างกระบวนการ
นายอัครวัฒน์กล่าวว่า การนำพยานหลักฐานเข้าสู่กระบวนการศาลเป็นความพยายามทำให้ข้อสงสัยเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาได้รับการตรวจสอบผ่านกระบวนการยุติธรรม พร้อมระบุว่ามีคดีเกี่ยวกับสมาชิกวุฒิสภาที่ศาลรับไว้พิจารณาแล้วอีกหลายคดี
ขณะที่นายสมชัยกล่าวถึงกรณีสมาชิกวุฒิสภา 5 รายที่ถูกร้องเรียนว่า มีคดีที่ศาลรับไว้แล้ว 3 คดีในกลุ่มที่สมาชิกวุฒิสภาสำรองเป็นผู้ร้อง และยังมีเรื่องร้องเรียนอื่นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะรับเป็นคดีหรือไม่
จับตาธันวาคม จุดชี้ขาดปมคุณสมบัติ ส.ว.
คดีหมายเลขดำ ลต สว 10/2569 จึงเป็นอีกคดีสำคัญที่ต้องติดตาม เพราะผลการพิจารณาจะเกี่ยวข้องกับการตีความหลักเกณฑ์การสมัครสมาชิกวุฒิสภา การจัดกลุ่มอาชีพ และขอบเขตอำนาจของศาลในการตรวจสอบคำวินิจฉัยของ กกต.
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยว่าผู้สมัครทั้งสองรายกระทำผิดหรือขาดคุณสมบัติ การนัดไต่สวนเป็นขั้นตอนการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานก่อนมีคำพิพากษา โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในเดือนธันวาคม 2569 ตามการประเมินของฝ่ายผู้ร้องและทีมทนายความ
สำนักข่าววิหคนิวส์
วิหคเงา รายงาน
อ้างอิง: สำนักข่าวแนวหน้า, มติชนออนไลน์, รายงานการพิจารณาคดีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569
#คดีสว #ฮั้วสว #ศาลฎีกา #สมชัยศรีสุทธิยากร #ยิ่งชีพอัชฌานนท์ #อัครวัฒน์พงศ์ธนาชลิตกุล #กกต #สวอำนาจเจริญ #สมัครผิดกลุ่มอาชีพ #ข่าวการเมือง #สำนักข่าววิหคนิวส์
