กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) รับกรณีตรวจสอบ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคประชาชน เป็นคดีพิเศษที่ 159/2569 แล้ว หลังพบประเด็นเกี่ยวกับการเป็นกรรมการในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดในจังหวัดภูเก็ตร่วมกับชาวต่างชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอาจมีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นนอมินีถือครองทรัพย์สินแทนคนต่างชาติหรือไม่
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินการของ DSI ว่า คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง ได้ใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องได้ชี้แจงอย่างเป็นธรรม
ล่าสุด DSI ได้รับเรื่องดังกล่าวเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว โดยกำหนดเป็นคดีพิเศษที่ 159/2569 ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เนื่องจากพบประเด็นพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายการใช้บุคคลไทยเป็นนอมินีในการถือครองทรัพย์สินแทนคนต่างชาติ
รุทธพลเผย DSI เคยสอบ สส.สมชาติในฐานะพยาน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเป็นไปได้ที่ DSI จะเปลี่ยนสถานะของนายสมชาติ จากพยานเป็นผู้ต้องหา และดำเนินการออกหมายเรียกในอนาคต หากพิจารณาจากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้
พลตำรวจโท รุทธพล ระบุว่า ที่ผ่านมา DSI ได้เชิญนายสมชาติเข้ามาสอบถามข้อมูลแล้วในฐานะพยาน ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินคดีและการพิจารณาสถานะของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ขอให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของสำนวนและคณะพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ เนื่องจากตนไม่ได้ลงไปตรวจสอบรายละเอียดเชิงลึกของสำนวนโดยตรง
ดังนั้น การรับเรื่องเป็นคดีพิเศษในครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับกระบวนการสอบสวนเพื่อรวบรวมและตรวจสอบพยานหลักฐานตามกฎหมาย ยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าบุคคลที่ถูกตรวจสอบมีความผิดแล้ว
ปมบริษัทอสังหาริมทรัพย์และการถือครองทรัพย์สินในภูเก็ต
กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากการตรวจสอบความเกี่ยวข้องของนายสมชาติในฐานะกรรมการบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดในจังหวัดภูเก็ต โดยมีชาวต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
ประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบคือ โครงสร้างการถือหุ้น บทบาทของกรรมการและผู้มีอำนาจในบริษัท แหล่งที่มาของเงินทุน รวมถึงลักษณะการถือครองทรัพย์สินว่าเป็นการดำเนินธุรกิจตามกฎหมาย หรือมีการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นตัวแทนเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
การตรวจสอบจึงต้องพิจารณาจากเอกสารบริษัท เส้นทางการเงิน การทำธุรกรรม และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่พนักงานสอบสวนจะมีความเห็นทางคดีต่อไป
ก่อนหน้านี้ DSI เคยเรียกชี้แจงในฐานะพยาน
ก่อนการรับเป็นคดีพิเศษ มีรายงานว่า DSI ได้เชิญนายสมชาติเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงในฐานะพยานเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต โดยในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 นายสมชาติได้แสดงจุดยืนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่และยืนยันว่าไม่ได้กระทำตามข้อกล่าวหาที่ถูกนำเสนอ
นายสมชาติระบุในขณะนั้นว่า ตนเป็นนักธุรกิจที่ลงทุนในหลายกิจการ รวมถึงธุรกิจลงทุนและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ พร้อมยืนยันว่าไม่มีการดำเนินการให้ที่ดินไทยตกไปอยู่ในมือของคนต่างชาติ และพร้อมเข้าชี้แจงเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
อย่างไรก็ตาม การชี้แจงของนายสมชาติและข้อสงสัยของเจ้าหน้าที่เป็นข้อมูลที่ต้องนำมาตรวจสอบประกอบกันในกระบวนการสอบสวน
จับตาขั้นตอนต่อไปของคดีพิเศษ 159/2569
ภายหลัง DSI รับเรื่องเป็นคดีพิเศษแล้ว ขั้นตอนสำคัญต่อจากนี้คือการขยายผลรวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างผู้ถือหุ้น และธุรกรรมการถือครองอสังหาริมทรัพย์ เพื่อพิจารณาว่ามีการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่
ส่วนสถานะของนายสมชาติจะเปลี่ยนจากพยานไปเป็นผู้ต้องหาหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องรอการพิจารณาของพนักงานสอบสวนตามพยานหลักฐานและขั้นตอนกฎหมาย
คดีพิเศษที่ 159/2569 จึงเป็นอีกคดีที่ต้องจับตา โดยเฉพาะประเด็นการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต การใช้บุคคลไทยเป็นตัวแทนทางธุรกิจ และการบังคับใช้กฎหมายกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักข่าวแนวหน้า, เดลินิวส์, มติชน และ MGR Online
#วิหคนิวส์ #DSI #คดีพิเศษ1592569 #สมชาติเตชถาวรเจริญ #พรรคประชาชน #ภูเก็ต #นอมินี #อสังหาริมทรัพย์ #กระทรวงยุติธรรม #กฎหมายธุรกิจต่างด้าว
