จำนวนผู้ชม

เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » ธนาคารกลางแห่ตุนทอง! ยอดซื้อพุ่ง 321 ตัน สูงสุดในรอบ 2 ปี จีน–โปแลนด์นำขบวน

ธนาคารกลางแห่ตุนทอง! ยอดซื้อพุ่ง 321 ตัน สูงสุดในรอบ 2 ปี จีน–โปแลนด์นำขบวน

4 November 2026
49   0

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ตลาดทองคำโลกมีความเคลื่อนไหวสำคัญ หลังสภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) เผยแพร่รายงาน Gold Demand Trends ประจำไตรมาส 3 ปี 2569 ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกเร่งสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดซื้อสุทธิรวมประมาณ 321 ตัน เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และเป็นระดับสูงสุดรายไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2567

รายงานระบุว่า ยอดซื้อทองคำของธนาคารกลางและสถาบันทางการในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 รวมอยู่ที่ 675 ตัน เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่าธนาคารกลางยังให้ความสำคัญกับทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์

จีน–โปแลนด์ขึ้นแท่นผู้ซื้อรายใหญ่

สำหรับประเทศที่มีรายงานการซื้อทองคำเพิ่มขึ้นมากที่สุดในไตรมาส 3 ได้แก่ ธนาคารกลางจีน ซึ่งซื้อเพิ่ม 63 ตัน ขณะที่ธนาคารกลางโปแลนด์ซื้อเพิ่ม 40 ตัน รวมกัน 103 ตัน

ทั้งสองประเทศเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นทางการ โดยยอดซื้อของจีนและโปแลนด์รวมกันคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 86% ของยอดซื้อสุทธิที่มีการรายงานในระดับประเทศ

อย่างไรก็ตาม WGC ระบุว่า ยอดซื้อทองคำจากธนาคารกลางทั่วโลกที่ประเมินไว้ 321 ตัน มีเพียง 120 ตันที่ปรากฏในข้อมูลการซื้ออย่างเป็นทางการ ส่วนที่เหลือประมาณ 63% เป็นกิจกรรมที่ไม่ได้รายงานหรือยังไม่ปรากฏในสถิติทางการ

ธนาคารกลางซื้อทอง สวนทางนักลงทุนรายย่อยชะลอตัว

แม้ธนาคารกลางยังคงซื้อทองคำเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำจากนักลงทุนทั่วโลกกลับลดลง

ในไตรมาส 3 ความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำอยู่ที่ 268 ตัน ลดลง 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนว่านักลงทุนรายย่อยบางส่วนยังชะลอการตัดสินใจซื้อ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของทิศทางราคา

ขณะที่กองทุนทองคำ ETF ที่มีทองคำจริงหนุนหลังกลับมามีเงินไหลเข้าสุทธิ 211 ตันในไตรมาสเดียว ส่งผลให้ปริมาณทองคำที่ถือเป็นหลักประกันของกองทุนเพิ่มขึ้นเป็น 4,256 ตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ทองรูปพรรณทรุด ความต้องการต่ำสุดในรอบ 26 ปี

อีกหนึ่งตัวเลขที่น่าจับตาคือ ความต้องการทองคำเพื่อผลิตและบริโภคในรูปเครื่องประดับ ลดลง 17% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 313 ตัน ถือเป็นระดับต่ำที่สุดสำหรับไตรมาส 3 นับตั้งแต่ WGC เริ่มจัดเก็บข้อมูลในปี 2543

WGC ระบุว่า ราคาทองคำที่อยู่ในระดับสูงยังคงกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภคในหลายประเทศ ทำให้ผู้ซื้อบางส่วนหันไปเลือกเครื่องประดับที่มีน้ำหนักเบาหรือมีสัดส่วนทองคำต่ำลง

WGC หั่นคาดการณ์การเติบโตของการลงทุนทองคำเหลือ 200 ตัน

ด้านแนวโน้มตลาดทองคำตลอดปี 2569 WGC ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของความต้องการทองคำเพื่อการลงทุนจากเดิมที่ประมาณ 400 ตัน เหลือประมาณ 200 ตัน เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือปรับลดลง 50%

สาเหตุสำคัญมาจากความต้องการซื้อทองคำแท่งและเหรียญทองคำที่ชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปี แม้ความต้องการลงทุนผ่านกองทุน ETF จะฟื้นตัวอย่างชัดเจนก็ตาม

อย่างไรก็ตาม WGC ยังคาดว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะยังคงเป็นผู้ซื้อทองคำรายสำคัญ โดยประเมินว่ายอดซื้อสะสมตลอดปี 2569 มีโอกาสอย่างน้อยเทียบเท่ากับปี 2568 หลังตัวเลขไตรมาส 3 ออกมาสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

จับตาแรงซื้อธนาคารกลางกับทิศทางราคาทองคำ

รายงานของ WGC สะท้อนภาพตลาดทองคำที่มีความแตกต่างระหว่างผู้ซื้อแต่ละกลุ่มอย่างชัดเจน ธนาคารกลางยังเดินหน้าสะสมทองคำเพื่อกระจายความเสี่ยงและบริหารทุนสำรอง ขณะที่นักลงทุนรายย่อยชะลอการซื้อทองคำแท่งและเครื่องประดับ แต่เม็ดเงินลงทุนผ่าน ETF กลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ การที่ธนาคารกลางยังซื้อทองคำต่อเนื่องไม่ได้หมายความว่าราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นทันที เพราะทิศทางราคายังได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อัตราเงินเฟ้อ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วย

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: World Gold Council – Gold Demand Trends Q3 2026, Reuters, Kitco News

#ราคาทองคำ #ทองคำโลก #ธนาคารกลาง #จีน #โปแลนด์ #ทองคำแท่ง #ทองรูปพรรณ #GoldETF #WorldGoldCouncil #เศรษฐกิจโลก #สำนักข่าววิหคนิวส์