ความเคลื่อนไหวสำคัญในแวดวงตุลาการ หลังมีการประกาศผลการเลือกตั้งซ่อมกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ หรือ ก.ต. เพื่อทดแทนกรรมการที่พ้นจากตำแหน่ง โดยผลการเลือกตั้งปรากฏว่า นายกีรติ วรพุทธพงศ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา ได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มผู้สมัครชั้นศาลฎีกา ขณะที่ชั้นศาลอุทธรณ์ นายไตรรัตน์ แก้วศรีนวล และนายสุวิชา สุขเกษมหทัย ได้รับเลือกเช่นกัน
สำนักข่าว Next News รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 คณะอนุกรรมการตรวจนับคะแนนเลือกซ่อม ก.ต. ได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ ตามมาตรา 36 (2) (ก) และ (ข) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543
เปิดผลคะแนนเลือกตั้งซ่อม ก.ต.
ผลการเลือกตั้งในประเภทกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลฎีกา มีดังนี้
* อันดับ 1 นายกีรติ วรพุทธพงศ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา ได้ 91 คะแนน
* อันดับ 2 นายพรหมมาศ ภู่แส ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ได้ 78 คะแนน
ส่วนประเภทกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิชั้นศาลอุทธรณ์ มีผลดังนี้
* อันดับ 1 นายไตรรัตน์ แก้วศรีนวล ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ 342 คะแนน
* อันดับ 2 นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ได้ 340 คะแนน
“กีรติ” ถูกจับตาเส้นทางประธานศาลฎีกาปี 2570
สำหรับนายกีรติ วรพุทธพงศ์ เป็นบุคคลที่ได้รับความสนใจจากผลการเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากมีรายงานว่าอยู่ในลำดับที่จะก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาในปี 2570 ต่อจากนายวีระพงศ์ สุดาวงศ์ ประธานศาลฎีกาคนปัจจุบัน
ที่ผ่านมา นายกีรติเคยดำรงตำแหน่งอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิในชั้นศาลฎีกา มีบทบาทเกี่ยวข้องกับการกลั่นกรองงานด้านบริหารงานบุคคลและวินัย รวมถึงเคยทำหน้าที่ในคณะกรรมการของศาลหลายชุด
ทั้งนี้ การได้รับคะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งซ่อม ก.ต. ครั้งนี้ เป็นผลการเลือกตั้งในตำแหน่งกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ใช่การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาโดยตรง
“สุวิชา” ผลักดันสิทธิประโยชน์และมาตรการบังคับโทษ
อีกหนึ่งบุคคลที่ได้รับเลือกคือ นายสุวิชา สุขเกษมหทัย ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งกรรมการบริหารศาลยุติธรรม หรือ ก.บ.ศ. ทั้งในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ รวมถึงเคยเป็นกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมในศาลชั้นต้น และดำรงตำแหน่งอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมหลายสมัย
ผลงานที่มีการกล่าวถึง ได้แก่ การผลักดันขยายวาระการดำรงตำแหน่งของผู้พิพากษาศาลชั้นต้นจาก 5 ปีเป็น 6 ปี การลดระยะเวลาการคัดถ่ายคำพิพากษาเหลือ 10 วันทำการ ตลอดจนการผลักดันสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทนของผู้พิพากษาในทุกชั้นศาล
นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการผลักดันให้ ก.บ.ศ. จัดตั้งอนุกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญา รวมถึงมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ
ผลการเลือกตั้งซ่อม ก.ต. ครั้งนี้จึงเป็นอีกความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาของระบบบริหารงานบุคคลในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะบทบาทของกรรมการชุดใหม่ต่อการกำหนดนโยบายและทิศทางการบริหารงานตุลาการในระยะต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
วิหตเงา รายงาน
อ้างอิง: Next News, ไทยโพสต์, MGR Online, มติชน รายงานวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569
#วิหคนิวส์ #กีรติวรพุทธพงศ์ #กรรมการตุลาการ #กต #ศาลฎีกา #ศาลอุทธรณ์ #ไตรรัตน์แก้วศรีนวล #สุวิชาสุขเกษมหทัย #กระบวนการยุติธรรม
