12.21 น. 31 ตุลาคม 2459 WTI แตะ 104 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นแรงในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569 โดยราคาน้ำมันเบรนท์และ WTI ปิดตลาดปรับขึ้นมากกว่า 2% หลังเกิดเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจกลับมารุนแรงขึ้น
ข้อมูลตลาดระบุว่า น้ำมันดิบเบรนท์สัญญาส่งมอบเดือนธันวาคม ซึ่งครบกำหนดซื้อขาย ปิดที่ 117.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.76 ดอลลาร์ หรือ 2.4% ขณะที่สัญญาเดือนมกราคมซึ่งมีการซื้อขายคึกคักกว่า ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 113.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ปิดที่ 104.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.12 ดอลลาร์ หรือ 2.08%
เหตุโจมตีเรือกลางช่องแคบฮอร์มุซ จุดชนวนความกังวล
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้น คือรายงานเหตุเรือขนาดเล็กโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันด้วยวัตถุระเบิดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตามข้อมูลของหน่วยงาน UK Maritime Trade Operations (UKMTO) อย่างไรก็ตาม ในขณะรายงานยังไม่มีการระบุผู้ก่อเหตุอย่างเป็นทางการ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อการขนส่งน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย เหตุโจมตีจึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการขนส่งและการส่งมอบน้ำมันในตลาดโลก
ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ และพันธมิตรอาจยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2569 แม้จะยังมีความพยายามทางการทูตผ่านตัวกลางจากกาตาร์เพื่อผลักดันการเจรจาระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานก็ตาม 
ราคาน้ำมันเดือนตุลาคมปรับขึ้นต่อเนื่อง
ตลอดเดือนตุลาคม ราคาน้ำมันเบรนท์ปรับขึ้นประมาณ 13.6% ส่วน WTI เพิ่มขึ้นประมาณ 15.2% สะท้อนความกังวลของตลาดต่อความเสี่ยงด้านอุปทานและเส้นทางขนส่งพลังงานในตะวันออกกลาง 
ด้าน Goldman Sachs เคยประเมินสถานการณ์ว่า หากการโจมตีเรือและความเสี่ยงด้านการขนส่งขยายวงกว้าง ราคาน้ำมันอาจมีโอกาสขึ้นไปถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่หากการส่งออกกลับสู่ภาวะปกติ ราคาก็อาจปรับลดลงใกล้ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ 
ผลกระทบที่ต้องจับตาในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบและพลังงานจากต่างประเทศ ราคาน้ำมันโลกที่อยู่ในระดับสูงอาจเพิ่มต้นทุนการนำเข้า ค่าขนส่ง การผลิตสินค้า และการเดินทาง หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าและบริการ รวมถึงเพิ่มแรงกดดันต่อค่าครองชีพของประชาชน
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทยไม่ได้ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบโลกทันทีหรือในอัตราเดียวกัน เพราะยังขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดภูมิภาค อัตราแลกเปลี่ยน ภาษี และกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย 
ตลาดพลังงานโลกจึงยังต้องจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางราคาน้ำมันในระยะต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Ejan, Reuters, The Economic Times และ Thailand Business News
#ราคาน้ำมันโลก #น้ำมันดิบเบรนท์ #WTI #สหรัฐฯอิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #ช่องแคบฮอร์มุซ #ราคาน้ำมันไทย #พลังงาน #เศรษฐกิจไทย #วิหคนิวส
