เมื่อเวลา 10.00 น. วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ที่ห้องพิจารณาคดี 804 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.403/2567 ซึ่งพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ฟ้องนายอานนท์ นำภา ทนายความและแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมพวกรวม 7 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มเยาวชนปลดแอก และผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน บริเวณหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ภายใต้กิจกรรม #25พฤศจิกาไปSCB เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในขณะนั้น ลาออก แก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์
จำเลยทั้ง 7 ประกอบด้วย
- นายอานนท์ นำภา
- นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน
- นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือ ไมค์
- น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ ตี้
- นายพงศธรณ์ ตันเจริญ หรือ บอย
- นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ ฟ้า
- นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือ แอมป์
โดยนายพริษฐ์และนายภาณุพงศ์ไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษา เนื่องจากหลบหนี ส่วนจำเลยที่เหลือเดินทางมาศาลจากเรือนจำ
ศาลชี้พยานโจทก์มีน้ำหนัก พิพากษาจำคุก 5 จำเลย
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องกัน มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ และไม่มีเหตุปรักปรำใส่ร้ายจำเลย
ส่วนข้อต่อสู้ของจำเลยที่อ้างว่าเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญนั้น ศาลเห็นว่าเป็นการกระทำเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และเป็นการให้ร้ายดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ขณะที่พยานหลักฐานฝ่ายจำเลยไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างพยานโจทก์
ศาลจึงพิพากษาว่า นายอานนท์ น.ส.วรรณวลี นายพงศธรณ์ นายพรหมศร และนายณวรรษ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้จำคุกคนละ 4 ปี
แต่เนื่องจากคำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ศาลจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยทั้ง 5 คน คนละ 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา
จำหน่ายข้อหาอื่นตามกฎหมายนิรโทษกรรม
ก่อนหน้านี้ ศาลอาญามีคำสั่งจำหน่ายข้อหาอื่นที่เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ออกไป คงเหลือการพิจารณาเฉพาะข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ทนายเผย “อานนท์” มีโทษจำคุกรวม 38 ปี เตรียมยื่นประกัน
นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นทนายความจำเลย เปิดเผยภายหลังศาลมีคำพิพากษาว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ รวมถึงประเด็นการจัดการทรัพย์สินส่วนพระองค์ในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกฤษฎางค์ระบุว่า ก่อนหน้านี้นายอานนท์ถูกศาลพิพากษาจำคุกมาแล้วหลายคดี เมื่อรวมโทษในคดีนี้เข้าไปด้วย ทำให้ยอดโทษจำคุกสะสมรวมประมาณ 38 ปี และยังมีคดีอื่นอีกหลายคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคดีตามมาตรา 112
ทั้งนี้ ทีมทนายความเตรียมยื่นคำร้องขอประกันตัวจำเลยที่ไม่มีหมายขังในคดีอื่น เพื่อให้มีโอกาสต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Thai PBS, กรุงเทพธุรกิจ, สำนักข่าวแนวหน้า และสำนักข่าวมติชน รายงานวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2569
#อานนท์นำภา #มาตรา112 #ศาลอาญา #คดีการเมือง #25พฤศจิกาไปSCB #พริษฐ์ชิวารักษ์ #ภาณุพงศ์จาดนอก #ข่าวการเมือง #สำนักข่าววิหคนิวส์
