จำนวนผู้ชม

ไลฟ์สไตล์ & นวัตกรรม » คืนผีเดินดิน! 31 ตุลาคม เปิดตำนานฮาโลวีน 2,000 ปี คืนที่คนโบราณเชื่อว่าวิญญาณกลับโลก!

คืนผีเดินดิน! 31 ตุลาคม เปิดตำนานฮาโลวีน 2,000 ปี คืนที่คนโบราณเชื่อว่าวิญญาณกลับโลก!

30 October 2026
6   0

30 ตุลาคม 2569

หลอนสะท้านคืนปล่อยผี! อีกเพียงหนึ่งวันทั่วโลกจะเข้าสู่เทศกาลฮาโลวีน ตรงกับวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2569 คืนแห่งหน้ากากปีศาจ ฟักทองเรืองแสง และเรื่องเล่าวิญญาณจากโลกหลังความตาย

แต่เบื้องหลังความสนุกสนานกลับซ่อนประวัติศาสตร์ความเชื่ออันน่าสะพรึงกลัวที่สืบทอดมายาวนานราว 2,000 ปี!

ย้อนกลับไปในยุคโบราณ ชาวเซลต์ซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนที่ปัจจุบันเป็นประเทศไอร์แลนด์ สกอตแลนด์ และพื้นที่บางส่วนของยุโรป มีเทศกาลสำคัญชื่อว่า “ซาวอิน” (Samhain) เพื่อส่งท้ายฤดูเก็บเกี่ยวและต้อนรับฤดูหนาว

ตามปฏิทินประเพณีของชาวเซลต์ วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูหนาว โดยมีการประกอบพิธีเฉลิมฉลองตั้งแต่คืนวันที่ 31 ตุลาคม

สิ่งที่ทำให้เทศกาลนี้น่าขนลุก คือความเชื่อว่าช่วงเปลี่ยนผ่านของฤดูกาลเป็นเวลาที่เส้นแบ่งระหว่างโลกมนุษย์กับโลกวิญญาณบางลง!

คนโบราณเชื่อว่า วิญญาณผู้ล่วงลับและสิ่งเหนือธรรมชาติอาจกลับมาเยือนโลกมนุษย์ได้ในช่วงเวลาดังกล่าว บางวิญญาณถูกเชื่อว่าเดินทางกลับบ้าน ขณะที่บางตำนานกล่าวถึงภูตผีและสิ่งลึกลับที่อาจนำภัยมาสู่คนเป็น

ด้วยความหวาดกลัว ชาวบ้านจึงมีประเพณีก่อกองไฟ สวมหน้ากากหรือเครื่องแต่งกายประหลาด และจัดอาหารไว้ตามความเชื่อ เพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายหรือแสดงการต้อนรับวิญญาณ

หน้ากากผีที่ผู้คนสวมใส่กันในทุกวันนี้ จึงมีรากเกี่ยวข้องกับธรรมเนียมการปลอมตัวในอดีต ซึ่งบางชุมชนเชื่อว่าจะช่วยไม่ให้สิ่งลี้ลับจำตัวตนของมนุษย์ได้

เมื่อศาสนาคริสต์แพร่หลายในยุโรป ประเพณีท้องถิ่นได้ผสมผสานกับวันสำคัญทางศาสนา โดยวันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นวันสมโภชนักบุญทั้งหลาย หรือ All Saints’ Day

คืนก่อนหน้านั้นเรียกว่า All Hallows’ Eve ก่อนชื่อจะค่อย ๆ เปลี่ยนมาเป็น Halloween ที่รู้จักกันทั่วโลก

แต่ยังมีอีกหนึ่งตำนานที่ชวนขนหัวลุก!

นั่นคือเรื่องราวของ “สติงจี แจ็ก” (Stingy Jack) ชายเจ้าเล่ห์ในนิทานพื้นบ้านไอร์แลนด์ ผู้หลอกลวงปีศาจจนสุดท้ายเมื่อตายไปกลับไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสวรรค์หรือนรก

ตามตำนาน แจ็กจึงต้องกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน ถือดวงไฟภายในหัวผักที่ถูกคว้านให้กลวง ส่องทางท่ามกลางความมืดมิดไปชั่วกาลนาน

เรื่องเล่านี้เกี่ยวข้องกับชื่อ “แจ็กโอแลนเทิร์น” (Jack-o’-Lantern) ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของฮาโลวีน

เดิมทีชาวไอริชนิยมแกะสลักหัวผักกาดเป็นใบหน้าชวนสยอง ใส่แสงไฟไว้ภายใน ก่อนธรรมเนียมดังกล่าวเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาพร้อมผู้อพยพ และเปลี่ยนมาใช้ฟักทองที่หาได้ง่ายและแกะสลักสะดวกกว่า

จากความเชื่อเรื่องวิญญาณและพิธีกรรมป้องกันสิ่งชั่วร้าย ฮาโลวีนจึงค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเทศกาลสมัยใหม่ ทั้งการแต่งชุดผี การเล่าเรื่องสยองขวัญ และธรรมเนียม Trick or Treat ที่เด็ก ๆ เดินเคาะประตูบ้านเพื่อขอขนม

แม้ปัจจุบันฮาโลวีนจะกลายเป็นเทศกาลแห่งความสนุกสนาน แต่เรื่องเล่าจากอดีตยังคงทำให้วันที่ 31 ตุลาคมมีบรรยากาศลึกลับไม่เหมือนคืนใดในรอบปี

ทั้งหมดนี้เป็นประวัติศาสตร์และคติความเชื่อพื้นบ้านที่สืบทอดกันมา มิได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าประตูโลกวิญญาณเปิดออกจริงในคืนฮาโลวีน

ทว่าตำนานยังคงอยู่!

ทุกครั้งที่แสงเทียนส่องผ่านดวงตาฟักทอง ทุกครั้งที่หน้ากากผีปรากฏในความมืด ผู้คนก็จะหวนกลับไปนึกถึงความกลัวดั้งเดิมของมนุษย์ต่อโลกหลังความตาย

31 ตุลาคม จึงไม่ได้เป็นเพียงคืนแห่งความสนุก แต่ยังเป็นคืนที่ตำนานเก่าแก่หลายพันปีถูกปลุกขึ้นมาเล่าขานอีกครั้ง!

นายอินทร์
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน

อ้างอิง :

  1. Library of Congress — Halloween & Día de Muertos Resources
  2. National Museum of Ireland — Traditions and Customs of Halloween / Samhain
  3. Smithsonian Magazine — The Celtic Origins of Trick-or-Treating
  4. English Heritage — A Brief History of Halloween, All Saints’ Day and All Souls’ Day
  5. National Museum of Ireland — Ghost Turnip
  6. HISTORY — History of Halloween และ Samhain

#ฮาโลวีน2569 #Halloween2026 #คืนปล่อยผี #วันฮาโลวีน #ประวัติฮาโลวีน #ตำนานผี #คืนผีเดินดิน #โลกวิญญาณ #เรื่องเล่าลี้ลับ #Samhain #JackOLantern #ตำนานสยองขวัญ #เรื่องผี #คนเห็นผี #นายอินทร์ #สำนักข่าววิหคนิวส์ #VihokNews