ศาลจังหวัดอุบลราชธานีมีคำสั่งให้ นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นบุคคลสาบสูญ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 หลังหายตัวไปในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2563 โดยตลอดระยะเวลากว่า 6 ปี ครอบครัวพยายามติดตามตัวและเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชะตากรรมของวันเฉลิม
ศาลชี้หายจากภูมิลำเนาเกิน 5 ปี
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมรายงานว่า มารดาและพี่สาวของวันเฉลิมยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ก่อนที่ศาลจะไต่สวนพยานและมีคำสั่งในวันที่ 28 กันยายน 2569
คำสั่งศาลระบุว่า วันเฉลิมออกจากภูมิลำเนาไปอยู่ประเทศกัมพูชา และไม่มีผู้ใดพบเห็นหรือติดต่อได้เป็นเวลานานเกินกว่า 5 ปี โดยไม่มีใครทราบแน่ชัดว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ศาลจึงมีคำสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 61 วรรคหนึ่ง
หายตัวในกัมพูชาตั้งแต่ปี 2563
วันเฉลิมเป็นนักกิจกรรมทางการเมืองชาวไทยที่ลี้ภัยไปอยู่กรุงพนมเปญ หลังรัฐประหารปี 2557 โดยเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 มีรายงานว่าเขาถูกบุคคลกลุ่มหนึ่งบังคับขึ้นรถตู้สีดำบริเวณคอนโดมิเนียมในกรุงพนมเปญ ขณะกำลังสนทนาทางโทรศัพท์กับพี่สาว
หลังจากนั้น ครอบครัวได้ติดตามหาและยื่นเรื่องต่อหน่วยงานไทยหลายแห่ง รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันชะตากรรมของวันเฉลิม
แม่เผยโล่งใจที่ศาลรับฟัง เตรียมดำเนินการเรื่องมรดก
มารดาของวันเฉลิมกล่าวว่า ครอบครัวต้องต่อสู้เรียกร้องให้รัฐติดตามตัวบุตรชายมาอย่างยากลำบากตลอด 6 ปีที่ผ่านมา โดยการไต่สวนครั้งนี้ทำให้รู้สึกโล่งใจที่ศาลรับฟังสิ่งที่ครอบครัวพยายามเรียกร้องมาโดยตลอด
มารดาระบุว่า แม้กระบวนการสืบสวนสอบสวนทางอาญายังไม่มีความคืบหน้า แต่คำสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญทำให้ครอบครัวสามารถดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินได้ตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยมีแผนนำคำสั่งศาลไปยื่นคำร้องเพื่อจัดการมรดกและทรัพย์สินของวันเฉลิมให้แก่ทายาทที่ยังมีชีวิตอยู่
ทั้งนี้ คำสั่งให้เป็นบุคคลสาบสูญเป็นผลทางกฎหมายตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ไม่ได้เป็นข้อยืนยันถึงสาเหตุการหายตัวหรือชะตากรรมที่แท้จริงของวันเฉลิม
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ตามข้อมูลข่าวต้นทางที่ได้รับ
#วันเฉลิมสัตย์ศักดิ์สิทธิ์ #บุคคลสาบสูญ #บังคับสูญหาย #สิทธิมนุษยชน #ศาลจังหวัดอุบลราชธานี #VihokNews
