จำนวนผู้ชม

ข่าวประจำวัน » เดือดนิติสงคราม! “วัส ติงสมิตร” เจาะ 5 ข้อหาปมสแกนบัตรเลือกตั้ง ชี้ต้องพิสูจน์องค์ประกอบความผิด

เดือดนิติสงคราม! “วัส ติงสมิตร” เจาะ 5 ข้อหาปมสแกนบัตรเลือกตั้ง ชี้ต้องพิสูจน์องค์ประกอบความผิด

22 October 2026
5   0

วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสและอดีตหัวหน้าคณะองค์คณะศาลฎีกา เผยแพร่บทความวิเคราะห์กรณีร้องเรียนกลุ่มบุคคล 8 ราย ต่อกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินคดีเกี่ยวกับการถ่ายภาพและตรวจสอบ QR Code หรือบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยตั้งข้อสังเกตว่า ข้อกล่าวหาหลายฐานจำเป็นต้องพิจารณาองค์ประกอบความผิดและพยานหลักฐานเป็นรายกรณี

ผู้ถูกร้องเรียนประกอบด้วยบุคคลจากแวดวงการเมือง นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และสื่อมวลชน โดยมีบุคคลที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ และนายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน

เปิด 5 ข้อหาหลัก ชี้ต้องดูองค์ประกอบตามกฎหมาย

บทความระบุว่า คำร้องกล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ในการเลือกตั้งใหม่ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร โดยกล่าวหาว่าผู้เกี่ยวข้องถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งและต้นขั้ว รวมถึงพยายามตรวจสอบรหัส QR Code และบาร์โค้ด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับผู้ใช้สิทธิ

นายวัสวิเคราะห์ข้อกล่าวหาหลัก 5 ประเด็น ได้แก่

1. ความผิดฐานอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209

บทความเห็นว่า ต้องพิจารณาว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายการรวมกลุ่มตามองค์ประกอบความผิดจริงหรือไม่ โดยตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการอย่างเปิดเผยและการแถลงข้อมูลต่อสาธารณะเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องนำมาประกอบการพิจารณา

2. ความผิดฐานยุยงปลุกปั่น ตามมาตรา 116

นายวัสเห็นว่า การตั้งคำถามและตรวจสอบความโปร่งใสของการเลือกตั้งต้องพิจารณาควบคู่กับสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยต้องตรวจสอบเนื้อหา เจตนา และพฤติการณ์ทั้งหมดว่าเข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายหรือไม่

3. ความผิดเกี่ยวกับการเปิดเผยเอกสารปิดผนึก ตามมาตรา 322

บทความตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับลักษณะของเอกสารและข้อมูลที่ถูกกล่าวหาว่าเปิดเผย รวมถึงสถานะของบัตรเลือกตั้งและต้นขั้ว โดยเห็นว่าต้องพิจารณาว่าข้อเท็จจริงตรงกับองค์ประกอบความผิดตามมาตราดังกล่าวหรือไม่

4. ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14

นายวัสระบุว่า การนำเสนอข้อมูลวิเคราะห์หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับบาร์โค้ดและ QR Code ไม่ได้ทำให้ข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยอัตโนมัติ แต่ต้องตรวจสอบเนื้อหาและองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายเป็นรายกรณี

5. ความผิดเกี่ยวกับการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เลือกตั้ง

บทความระบุว่า ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงในสถานที่เกิดเหตุ เช่น การได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ การมีคำสั่งห้าม และการกระทำดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่จริงหรือไม่

เปิดประเด็นแจ้งความเท็จ หากพิสูจน์ได้ว่ากลั่นแกล้ง

นายวัสยังกล่าวถึงความรับผิดของผู้ร้องเรียน โดยระบุว่า หากมีพยานหลักฐานพิสูจน์ได้ว่าผู้ร้องจงใจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จหรือกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นต้องรับโทษทางอาญา ผู้ถูกร้องอาจพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

บทความยกตัวอย่างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ว่าด้วยการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน มาตรา 172 ว่าด้วยการแจ้งข้อความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา และมาตรา 174 ว่าด้วยการแกล้งผู้อื่นให้ต้องรับโทษทางอาญา โดยการใช้บทกฎหมายแต่ละมาตราต้องพิจารณาองค์ประกอบและเจตนาตามข้อเท็จจริง

ตั้งคำถามปม “นิติสงคราม” ในคดีเลือกตั้ง

นายวัสมองว่า กรณีนี้สะท้อนข้อถกเถียงเรื่องการใช้กระบวนการกฎหมายในความขัดแย้งทางการเมือง โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเป็นไปได้ในการใช้ข้อกล่าวหาหนักสร้างแรงกดดันทางสังคม หรือพยายามทำให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนคดีพิเศษ

อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าข้อกล่าวหาใดมีมูลหรือไม่ ต้องอาศัยพยานหลักฐานและการตรวจสอบของหน่วยงานที่มีอำนาจ ไม่อาจสรุปผลคดีจากการยื่นร้องเรียนเพียงอย่างเดียว

บทความลงท้ายด้วยการย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามหลักนิติรัฐ ทั้งการคุ้มครองสิทธิในการตรวจสอบการเลือกตั้ง และการดำเนินคดีเมื่อมีหลักฐานว่าผู้ใดกระทำผิดตามกฎหมาย

สำนักข่าววิหคนิวส์

วิหคเงา รายงาน

อ้างอิง: บทความของนายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569

#วัสติงสมิตร #นิติสงคราม #บัตรเลือกตั้ง #QR Code #กกต #DSI #กฎหมาย #ข่าวการเมือง #VihokNews