20 ตุลาคม 2569
กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนการบริหารกรุงเทพมหานคร เมื่อโครงการแก้มลิงคู้บอนและบางชัน ถูกนำกลับมาถกเถียงอีกครั้ง หลังนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ เปิดเอกสารเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เปรียบเทียบการดำเนินโครงการระหว่างยุค พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง กับยุคนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ย้อนกลับไปในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงมีพระราชดำริเรื่อง “แก้มลิง” เพื่อจัดหาพื้นที่กักเก็บน้ำส่วนเกินในช่วงฝนตกหนัก ก่อนทยอยระบายออกเมื่อระดับน้ำเอื้ออำนวย
หลักการสำคัญคือ มีที่ให้น้ำพักก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้น้ำไปพักตามบ้านเรือนและถนนของประชาชน!
ในยุค พล.ต.อ.อัศวิน กทม.เดินหน้าศึกษาโครงการบึงคู้บอนและบางชัน โดยประยุกต์แนวคิดแก้มลิงตามพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 มีการรับฟังความคิดเห็นประชาชนและเตรียมกระบวนการเวนคืนที่ดิน
นายปานเทพระบุว่า ผลรับฟังความคิดเห็นผู้เข้าร่วมในเวลานั้น สนับสนุนโครงการคู้บอน 93.36% และบางชัน 97.09%
แต่เมื่อเข้าสู่การบริหาร กทม.ยุคชัชชาติ แนวทางกลับเปลี่ยนไป!
วันที่ 1 พฤษภาคม 2566 นายชัชชาติตั้งข้อสังเกตเรื่องงบประมาณสูงและผลกระทบต่อผู้ถูกเวนคืน พร้อมให้พิจารณาทางเลือกปรับปรุงคูคลองและระบบระบายน้ำ
ต่อมาวันที่ 2 มิถุนายน 2569 สำนักการระบายน้ำมีหนังสือเสนอให้ยกเลิกแก้มลิงทั้งสองแห่ง โดยอ้างโครงการอุโมงค์ระบายน้ำและการปรับปรุงคลองเป็นทางเลือกทดแทน
เหตุผลสำคัญคือความคุ้มค่า!
ฝ่าย กทม.ระบุว่าการดำเนินโครงการแก้มลิงพร้อมระบบประกอบต้องใช้งบประมาณประมาณ 11,000 ล้านบาท เทียบกับแนวทางปรับปรุงระบบระบายน้ำประมาณ 6,700 ล้านบาท
ฟังดูเป็นการประหยัดงบประมาณมหาศาล!
แต่ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24–26 กันยายน 2569 กลับเป็นอีกเรื่อง เมื่อฝนถล่มกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ปริมาณฝนสะสมบางพื้นที่ทะลุ 300 มิลลิเมตร เกิดน้ำท่วมขังหลายจุด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
จึงเกิดคำถามเชิงเสียดสีต่อผู้บริหารเมืองว่า
บนกระดาษคำนวณได้ว่าโครงการไหนคุ้มกว่า แต่บนถนน ประชาชนยังต้องคำนวณว่าน้ำจะลดเมื่อไร!
อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดว่า น้ำท่วมครั้งนี้มีฝนตกหนักผิดปกติเป็นปัจจัยสำคัญ และยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการไม่ก่อสร้างแก้มลิงสองแห่งเป็นสาเหตุโดยตรง
ขณะที่นายชัชชาติก็ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวไม่ใช่โครงการพระราชดำริโดยตรง แต่เป็นการนำแนวคิดมาประยุกต์ใช้ และ กทม.ยังคงพัฒนาพื้นที่หน่วงน้ำแห่งอื่นควบคู่กับระบบระบายน้ำ
ท้ายที่สุด เรื่องนี้ไม่ได้จบลงเพียงว่าใครเป็นผู้ริเริ่ม หรือใครเป็นผู้เสนอให้ยกเลิก
แต่ต้องตอบให้ได้ว่า เมื่อพื้นที่รับน้ำตามแผนเดิมหายไป ระบบใหม่สามารถรองรับน้ำได้เพียงพอจริงหรือไม่
เพราะต่อให้อธิบายความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ได้ยาวเพียงใด หากประชาชนยังต้องลุยน้ำกลับบ้าน คำอธิบายนั้นก็ย่อมถูกตั้งคำถาม
น้ำท่วมไม่เลือกยุคผู้ว่าฯ แต่การตัดสินใจของผู้บริหารเมืองย่อมต้องตรวจสอบได้ทุกยุค!
นายอินทร์
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน
อ้างอิง
NEWS1
SondhiTalk
Thai PBS
กรมประชาสัมพันธ์
มูลนิธิชัยพัฒนา ข้อมูลแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิง
#แก้มลิงคู้บอน #แก้มลิงบางชัน #อัศวินขวัญเมือง #ชัชชาติสิทธิพันธุ์ #ปานเทพพัวพงษ์พันธ์ #พระราชดำริรัชกาลที่9 #น้ำท่วมกรุงเทพ #แก้ปัญหาน้ำท่วม #ผังเมืองกรุงเทพ #สำนักข่าววิหคนิวส์ #VIHOKNEWS
