กรมสรรพากรเดินหน้าดำเนินการทางกฎหมายกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีค้างชำระภาษีจากการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2549 เป็นเงินกว่า 1.74 หมื่นล้านบาท หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดให้การประเมินภาษีชอบด้วยกฎหมาย โดยกรมสรรพากรได้ส่งเรื่องถึงอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อพิจารณาแต่งตั้งพนักงานอัยการดำเนินคดีล้มละลายแล้ว
สำนักข่าว Next News รายงานว่า ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 นายสมควร วงศ์สวัสดิ์ สรรพากรภาค 3 ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากร ได้ทำหนังสือถึงอัยการสูงสุด ขอให้พิจารณาดำเนินคดีล้มละลายนายทักษิณ หลังยังคงค้างชำระภาษีอากรจำนวน 17,493,552,447.52 บาท แม้เจ้าหน้าที่จะมีหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระหนี้หลายครั้งแล้วก็ตาม
ปมภาษีหุ้นชินคอร์ป 1.76 หมื่นล้านบาท
คดีดังกล่าวมีต้นเหตุมาจากการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2549 โดยบริษัท แอมเพิล ริช อินเวสท์เมนท์ จำกัด ขายหุ้นให้แก่นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ชินวัตร ในราคาหุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาตลาดของหุ้นบนกระดานซื้อขายรายใหญ่อยู่ที่หุ้นละ 49.25 บาท
ตามคำวินิจฉัยในคดี ส่วนต่างหุ้นละ 48.25 บาท จำนวน 329.2 ล้านหุ้น คิดเป็นเงิน 15,883.9 ล้านบาท ถือเป็นเงินได้ของนายทักษิณตามประมวลรัษฎากร ซึ่งกรมสรรพากรเห็นว่าไม่ได้ถูกนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี 2549 อย่างครบถ้วน
เจ้าพนักงานประเมินจึงเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม รวมเป็นเงิน 17,629,585,191.30 บาท โดยนายทักษิณได้ยื่นอุทธรณ์และต่อสู้คดีในศาล
ศาลฎีกาพิพากษากลับ ยืนยันการประเมินภาษีชอบด้วยกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ ศาลภาษีอากรกลางมีคำพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษี และศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษมีคำพิพากษายืนตาม ต่อมากรมสรรพากรยื่นฎีกา และเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ศาลภาษีอากรกลางได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6890/2568 ซึ่งพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าการประเมินภาษีและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมาย
ภายหลังคดีถึงที่สุด กรมสรรพากรได้ดำเนินการเร่งรัดหนี้ภาษีอากร โดยสามารถเรียกเก็บเงินมาชำระหนี้ได้บางส่วน แต่ยังคงเหลือหนี้ค้างชำระ 17,493,552,447.52 บาท
พบทรัพย์สินกว่า 200 ล้านบาท บางส่วนถูกยึดรอขายทอดตลาด
รายงานข่าวระบุว่า จากการตรวจสอบทรัพย์สินและสิทธิเรียกร้องของนายทักษิณ เจ้าหน้าที่พบทรัพย์สินหลายรายการ ทั้งบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่ดิน รถยนต์ และหุ้นในนิติบุคคล รวมมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท โดยทรัพย์สินบางส่วนถูกยึดหรืออายัดไว้แล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการขายทอดตลาด
กรมสรรพากรระบุว่า ไม่พบทรัพย์สินอื่นที่สามารถดำเนินการตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากรได้อีก ขณะที่มีการส่งหนังสือเตือนให้ชำระหนี้อย่างน้อยสองครั้ง โดยแต่ละครั้งห่างกันไม่น้อยกว่า 30 วัน แต่ยังไม่มีการชำระหนี้ให้เสร็จสิ้น
เข้าหลักเกณฑ์ยื่นฟ้องล้มละลาย
กรมสรรพากรเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข้อสันนิษฐานตามกฎหมายว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว อีกทั้งเป็นบุคคลธรรมดาที่มีหนี้จำนวนแน่นอนไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท จึงเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 8 (9) และมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 สำหรับการดำเนินคดีล้มละลาย
ขณะนี้ กรมสรรพากรได้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาแต่งตั้งพนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนแล้ว
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักข่าว Next News
#ทักษิณชินวัตร #กรมสรรพากร #ภาษีหุ้นชินคอร์ป #คดีล้มละลาย #ข่าวการเมือง #ข่าวเศรษฐกิจ #วิหคนิวส์
