เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 มีรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีถูกกล่าวหาว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตนเองและคู่สมรสอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ
ป.ป.ช. กำหนดให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหนังสือ โดยรายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้นคาดว่าได้รับหนังสือแล้ว แต่ยังไม่มีการเข้าชี้แจงตามกำหนด ขั้นตอนต่อไปจะเสนอเรื่องให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
เปิด 5 รายการทรัพย์สินที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้แจ้ง
จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินในช่วงที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ช. ระบุว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอสำหรับแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับทรัพย์สิน 5 รายการ ได้แก่ เงินสด 70 ล้านบาท เงินฝากธนาคาร ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 2 แปลง ทองคำน้ำหนัก 845 บาท และนาฬิกา 47 เรือน
1. เงินสด 70 ล้านบาท และข้อสงสัยเรื่องที่มาของเงิน
รายงานข่าวระบุว่า ระหว่างปี 2558–2564 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีอาวุธปืนเพิ่มขึ้น 170 กระบอก มูลค่ากว่า 22 ล้านบาท แต่ ป.ป.ช. พบข้อสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรายได้กับการได้มาซึ่งทรัพย์สิน จึงมีหนังสือให้ชี้แจงที่มาของเงิน
แหล่งข่าวกล่าวอ้างว่า มีการนำรายได้จากการเป็นนายหน้าแนะนำซื้อขายพระเครื่อง จำนวนประมาณ 10.9 ล้านบาท มาใช้ประกอบคำชี้แจง แต่การตรวจสอบพบข้อสงสัยเกี่ยวกับธุรกรรมดังกล่าว รวมถึงข้อกล่าวอ้างว่ามีการนำเงินสด 70 ล้านบาทจากบ้านพักในซอยวิภาวดีรังสิต 60 ไปจัดวางในตู้นิรภัยที่ร้านของเซียนพระชื่อดังในเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เพื่อถ่ายภาพประกอบเอกสารชี้แจง ก่อนขนเงินกลับในวันเดียวกัน
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดทำเอกสารอ้างรายได้จากค่านายหน้า ซึ่งต้องตรวจสอบที่มาของเงินและความถูกต้องของหลักฐานประกอบต่อไป
2. เงินฝากธนาคารในชื่อบุคคลอื่นกว่า 300,000 บาท
อีกประเด็นเป็นบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทยในชื่อ นายสมพงษ์ ชิตวิลัย มียอดเงินกว่า 300,000 บาท ซึ่งรายงานข่าวระบุว่าไม่ได้แสดงไว้ในบัญชีทรัพย์สิน
แหล่งข่าวกล่าวอ้างว่า บัญชีดังกล่าวถูกใช้ทำธุรกรรมเพื่อประโยชน์ของอดีตรอง ผบ.ตร. และคู่สมรส โดยมีการกล่าวถึงการใช้บัญชีบุคคลอื่นรวม 6 บัญชี ซึ่งมียอดธุรกรรมทางการเงินรวมกว่า 223 ล้านบาท ทั้งนี้ มีข้อสงสัยเกี่ยวกับแหล่งที่มาของเงินบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับบัญชีดังกล่าว
3. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 2 แปลงในจังหวัดสงขลา
รายงานข่าวระบุว่า พบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 2 แปลง ในตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ซึ่งไม่ปรากฏรายการในบัญชีทรัพย์สินที่ตรวจสอบ โดยข้อมูลระบุว่า นางศิรินัดดา หักพาล คู่สมรสของอดีตรอง ผบ.ตร. เป็นผู้ดำเนินการจดทะเบียนและถือกรรมสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2563
ประเด็นดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบว่ามีการแสดงรายการทรัพย์สินตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนหรือไม่
4. ทองคำ 845 บาท มูลค่ากว่า 21 ล้านบาท
กรณีทองคำมีรายงานว่า เป็นทองคำของคู่สมรส น้ำหนัก 845 บาท ซึ่งขายได้ในราคากว่า 21 ล้านบาท โดยมีเอกสารรับฝากเงินลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 เป็นหลักฐานประกอบ
แหล่งข่าวระบุว่า ป.ป.ช. พบข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อความในเอกสารรับฝากเงินดังกล่าว จึงเป็นอีกประเด็นที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธุรกรรม
5. นาฬิกา 47 เรือน มูลค่าประเมินประมาณ 60 ล้านบาท
รายงานข่าวระบุว่า พบข้อมูลนาฬิกาจำนวนมากเก็บไว้ในห้องชุดแห่งหนึ่งในเขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยมีบุคคลอื่นเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์
ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 มีการถ่ายภาพนาฬิกาและนำเอกสารรับประกันไปให้ร้านนาฬิกาในกรุงเทพฯ ประเมินราคา โดยมีข้อมูลว่าตกลงขายนาฬิกา 50 เรือน ในราคารับซื้อกว่า 61 ล้านบาท และผู้ขายขอรับชำระเป็นเงินสด
จากการตรวจสอบ ป.ป.ช. พบข้อสงสัยว่านาฬิกา 47 เรือน ซึ่งมีมูลค่าประเมินรวมประมาณ 60 ล้านบาท ไม่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สินที่ต้องยื่นต่อ ป.ป.ช.
เตรียมเสนอที่ประชุม ป.ป.ช. พิจารณาตามกฎหมาย
แหล่งข่าวระบุว่า การตรวจสอบคดีนี้มีรายละเอียดและธุรกรรมทางการเงินหลายส่วน จึงต้องพิจารณาพยานหลักฐานอย่างรอบคอบก่อนเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
กรณีนี้ยังอยู่ในกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหา โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีสิทธิชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและนำเสนอพยานหลักฐานตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำนักข่าววิหคนิวส์
วิหคเงา รายงาน
อ้างอิง: กรุงเทพธุรกิจ, แนวหน้า และเดลินิวส์ รายงานวันที่ 16 ตุลาคม 2569
#บิ๊กโจ๊ก #สุรเชษฐ์หักพาล #ปปช #บัญชีทรัพย์สิน #เงินสด70ล้าน #นาฬิกาหรู #ข่าวการเมือง #VihokNews
