16 ตุลาคม 2569
ศึกชิงผลประโยชน์ทางทะเลไทย–กัมพูชาร้อนระอุ! หลังสองประเทศเปิดโต๊ะเจรจาข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลรอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 14–18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ภายใต้กระบวนการประนอมตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS
โดยมีขุมทรัพย์น้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนประมาณ 26,000 ตารางกิโลเมตร เป็นผลประโยชน์สำคัญที่ทั้งสองประเทศจับตามอง
ฝ่ายกัมพูชานำโดย นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เสนอให้พิจารณาการพัฒนาทรัพยากรร่วม หรือ JDA ระหว่างรอข้อยุติเรื่องเส้นเขตแดน เพื่อให้ทั้งสองประเทศได้รับประโยชน์จากทรัพยากรใต้ทะเลอย่างเป็นธรรม
ข้อเสนอแบ่งผลประโยชน์ 50/50 กลายเป็นประเด็นร้อนในรายงานวิเคราะห์ข่าวไทย แต่ยังไม่มีเอกสารทางการยืนยันว่ากัมพูชาเสนออัตราดังกล่าวในการประชุมรอบล่าสุด
ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ยืนยันชัดว่า ขณะนี้ต้องให้ความสำคัญกับการกำหนดเขตแดนทางทะเลก่อน ยังไม่ถึงขั้นหารือเรื่องการแบ่งผลประโยชน์
ฝ่ายไทยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ UNCLOS พร้อมยืนยันเส้นอ้างสิทธิทางทะเลของไทยที่ประกาศเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 และไม่ยอมรับเส้นอ้างสิทธิของกัมพูชาที่ประกาศในปี 2515
ขณะที่อธิปไตยเหนือเกาะกูดไม่ใช่ประเด็นข้อพิพาทในการเจรจาครั้งนี้ ตามจุดยืนที่รัฐบาลไทยประกาศไว้
ย้อนกลับไปปี 2544 ไทยและกัมพูชาลงนาม MOU 44 เพื่อวางกรอบเจรจาเขตแดนและพัฒนาทรัพยากรร่วม แต่ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ยังไม่สามารถหาข้อยุติเรื่องเขตแดนทางทะเลได้
กระทั่งวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ไทยประกาศยุติ MOU 44 ก่อนกัมพูชาเริ่มกระบวนการประนอมภายใต้ UNCLOS วันที่ 2 มิถุนายน และมีการประชุมรอบแรกที่สิงคโปร์ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา
สำหรับข้อเสนอจัดตั้ง JDA นั้น กฎหมายทะเลระหว่างประเทศเปิดทางให้สองประเทศทำข้อตกลงชั่วคราวได้ โดยไม่ถือเป็นการยอมรับเส้นเขตแดนหรือโอนอธิปไตยโดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม การกำหนดพื้นที่พัฒนาร่วมและเงื่อนไขแบ่งผลประโยชน์ต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองฝ่าย ไม่มีประเทศใดสามารถบังคับให้อีกฝ่ายยอมรับสัดส่วน 50/50 ได้
ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่าทั้งสองประเทศตกลงแบ่งเขตแดนหรือแบ่งทรัพยากรร่วมกันแล้ว
ศึกครั้งนี้จึงเป็นเดิมพันสำคัญทั้งด้านอธิปไตย สิทธิทางทะเล ความมั่นคงพลังงาน และผลประโยชน์มหาศาลของประเทศ
รัฐบาลไทยยืนยันพร้อมเจรจาอย่างสันติ แต่ต้องรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่ เพราะข้อตกลงทางทะเลครั้งนี้อาจส่งผลต่ออนาคตของประเทศไปอีกหลายชั่วอายุคน!
นายอินทร์
สำนักข่าววิหคนิวส์ รายงาน
อ้างอิง :
ศาลประจำอนุญาโตตุลาการ (PCA)
กระทรวงการต่างประเทศไทย
สำนักข่าว Agence Kampuchea Presse
รัฐบาลไทย วันที่ 16 กันยายน 2569
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982
#ไทยกัมพูชา #ศึกชิงทะเล #อ่าวไทย #พื้นที่ทับซ้อนทางทะเล #สีหศักดิ์ #ปรักสุคน #MOU44 #JDA #UNCLOS #เกาะกูด #ขุมทรัพย์พลังงาน #ผลประโยชน์ชาติ #วิหคนิวส์
