เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทาย หลังธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่า การกลับมาเติบโตในระดับประมาณ 3% มีความเป็นไปได้ภายใน 2–3 ปีข้างหน้า แต่ต้องอาศัยการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างและการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศ
ปิติ ดิษยทัต รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ระหว่างการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลกว่า เศรษฐกิจไทยมีโอกาสกลับมาเติบโตในระดับ 2.8–3% ได้ หากสามารถแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง และไม่เกิดปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ
ธปท.คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวประมาณ 2.3% หรือสูงกว่าเล็กน้อย ขณะที่ปี 2570 คาดว่าจะเติบโต 1.8% ก่อนมีโอกาสกลับเข้าสู่ระดับ 2.8–3% ในระยะถัดไป
สำหรับนโยบายการเงิน ธปท.ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% โดยมีแนวทางดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ และจะพิจารณาปรับนโยบายตามความเหมาะสมของภาวะเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจไทยยังมีข้อจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือน อุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ และการลงทุนที่ยังไม่เพียงพอ โดยรัฐบาลมีแนวทางผลักดันการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น เซมิคอนดักเตอร์และศูนย์ข้อมูล เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ทั้งนี้สาเหตุหลักๆที่ทำให้สภาวะเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำเกิดจากประชาชนไม่เชื่อมั่นในผู้นำจนกลายเป็นวิกฤตศรัทธาประกอบกับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารประเทศโดยเฉพาะรัฐบาลนั้นยังไม่มีแนวคิดที่จะทำให้สภาวะเศรษฐกิจของไทยดีขึ้นตั้งแต่เข้ามาบริหารจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งมีเรื่องของคดีทุจริตคอรัปชั่นในวงราชการและนักการเมืองเกิดขึ้นอย่างดาดดื่น
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: Reuters รายงานวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เรื่อง Thailand can return to 3% growth within 2–3 years, central bank official says
#เศรษฐกิจไทย #ธนาคารแห่งประเทศไทย #GDPไทย #ดอกเบี้ยนโยบาย #วิหคนิวส์
