เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสหัวหน้าองค์คณะศาลฎีกา เผยแพร่ข้อพิจารณาทางกฎหมายเกี่ยวกับคำร้องขอนิรโทษกรรมของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยชี้ให้เห็นถึงเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 ว่าครอบคลุมคดีที่นายทักษิณยื่นขอให้พิจารณาหรือไม่
ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำร้องซึ่งนายทักษิณยื่นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ผ่านนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัว เพื่อขอให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขวินิจฉัยว่าตนได้รับสิทธินิรโทษกรรมและพ้นจากความรับผิดทั้งปวง โดยนายวิญญัติชี้แจงเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมว่า คำร้องมุ่งขอสิทธิเฉพาะคดีที่มีคำพิพากษาแล้ว และอ้างว่าคดีเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมืองจากการรัฐประหาร
เปิด 3 คดีอาญา พร้อมปมยึดทรัพย์กว่า 4.6 หมื่นล้านบาท
คำร้องครอบคลุมคดีอาญา 3 คดี ได้แก่
1. คดีเงินกู้ EXIM Bank คดีหมายเลข อม. 4/2551
2. คดีแก้ไขสัมปทานโทรคมนาคมแก่ชินคอร์ป คดีหมายเลข อม. 5/2551
3. คดีหวยบนดิน คดีหมายเลข อม. 10/2552
นอกจากนี้ ยังขอให้พิจารณาความรับผิดในคดีหมายเลข อม. 1/2553 ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้เงินจากการขายหุ้นและเงินปันผลของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 46,373,687,554.70 บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน
กาง พ.ร.บ.สันติสุขฯ เปิดเงื่อนไขนิรโทษกรรม
ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 การกระทำที่อาจได้รับนิรโทษกรรมต้องเป็นการกระทำของบุคคลที่เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองหรือแสดงออกทางการเมือง โดยมีมูลเหตุจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2548 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2568 และต้องเป็นความผิดตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติหรือความผิดที่เกี่ยวพันกัน
หากเข้าเงื่อนไข กฎหมายกำหนดให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิด ผู้กระทำพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิด ไม่ถือว่าเคยกระทำความผิด และพ้นจากความรับผิดทางอาญาและทางพินัยภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
อย่างไรก็ตาม กฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับความผิดบางประเภท ได้แก่
* ความผิดฐานทุจริตหรือประพฤติมิชอบ
* ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
* การกระทำที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตหรือได้รับอันตรายสาหัส
* ความผิดต่อส่วนตัว หรือการกระทำที่ต้องรับผิดต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเป็นการเฉพาะ โดยไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ
เปิดความหมาย “ทุจริตต่อหน้าที่–ประพฤติมิชอบ”
ในบทความดังกล่าว วัสอ้างถึงหลักกฎหมายเกี่ยวกับการทุจริตต่อหน้าที่และการประพฤติมิชอบ โดยอธิบายว่า การทุจริตต่อหน้าที่ครอบคลุมการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมีเจตนาแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบให้ตนเองหรือผู้อื่น รวมถึงการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
ส่วนการประพฤติมิชอบ หมายถึงการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยอาศัยตำแหน่ง อันฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีที่มุ่งควบคุมดูแลการรับ การเก็บรักษา หรือการใช้เงินและทรัพย์สินของแผ่นดิน
ย้อนคำพิพากษา 4 คดีที่เป็นประเด็น
วัสระบุว่า เมื่อพิจารณาคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่เกี่ยวข้อง พบฐานความผิดและข้อเท็จจริงสำคัญดังนี้
1. คดีเงินกู้ EXIM Bank คดีหมายเลข อม. 4/2551 เกี่ยวข้องกับความผิดต่อหน้าที่ราชการ
2. คดีหวยบนดิน คดีหมายเลข อม. 10/2552 เกี่ยวข้องกับความผิดต่อหน้าที่ราชการและความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ
3. คดีแก้ไขสัมปทานชินคอร์ป คดีหมายเลข อม. 5/2551 เกี่ยวข้องกับความผิดต่อหน้าที่ราชการและความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ
4. คดียึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท คดีหมายเลข อม. 1/2553 ศาลมีคำสั่งให้เงินจากการขายหุ้นและเงินปันผลจำนวน 46,373,687,554.70 บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน โดยเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม
วัสชี้ 2 เหตุผลที่คำร้องไม่เข้าเงื่อนไข
วัสสรุปข้อพิจารณาทางกฎหมายไว้ 2 ประเด็นหลัก
ประเด็นแรก คดีเข้าข้อยกเว้นเรื่องทุจริตหรือประพฤติมิชอบ โดยเห็นว่า แม้คำพิพากษาในแต่ละคดีจะไม่ได้ใช้ชื่อฐานความผิดโดยตรงว่า “ทุจริต” หรือ “ประพฤติมิชอบ” แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหาของคำพิพากษาแล้ว การกระทำดังกล่าวมีลักษณะเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย จึงไม่อาจขอรับประโยชน์จากพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้
ประเด็นที่สอง คดีไม่เข้าองค์ประกอบการชุมนุมหรือแสดงออกทางการเมือง โดยวัสเห็นว่า การกระทำในคดีทั้งสี่ไม่ใช่การเข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมืองที่มีมูลเหตุจากความขัดแย้งทางการเมืองตามเงื่อนไขมาตรา 7
จากเหตุผลดังกล่าว วัสจึงเห็นว่า คดีทั้งสี่ไม่อยู่ในขอบเขตที่จะได้รับสิทธินิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. 2569 และคำร้องดังกล่าวไม่อาจทำให้นายทักษิณพ้นจากความรับผิดในคดีเหล่านี้ รวมถึงไม่อาจทำให้ทรัพย์สินกว่า 4.6 หมื่นล้านบาทพ้นจากคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ตามที่ร้องขอ ทั้งนี้ คำร้องยังเป็นเรื่องที่อยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง
สำนักข่าววิหคนิวส์
วิหคเงา รายงาน
อ้างอิง: บทความของวัส ติงสมิตร ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2569; สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี; Thai PBS
#ทักษิณชินวัตร #นิรโทษกรรม #สร้างเสริมสังคมสันติสุข #คดีทุจริต #คดีชินคอร์ป #ยึดทรัพย์46000ล้าน #ข้อกฎหมาย #การเมืองไทย #วัสติงสมิตร #VihokNews
