ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ หลังมีรายงานว่าห้องชุดเหลือขายมากกว่า 65,300 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 370,000 ล้านบาท ท่ามกลางกำลังซื้อที่อ่อนแอ ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และข้อจำกัดในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
ข้อมูลดังกล่าวยังระบุว่า ในจำนวนห้องชุดที่เหลือขาย มีประมาณ 25,700 ยูนิตที่ก่อสร้างเสร็จและพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายชะลอการเปิดโครงการใหม่ เพื่อประเมินสถานการณ์ตลาดและความสามารถในการซื้อของผู้บริโภค
สต็อกคอนโดสูง ระบายสินค้าอาจใช้เวลา 2–3 ปี
การประเมินของผู้เชี่ยวชาญตลาดระบุว่า หากไม่มีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มเติม การระบายห้องชุดที่เหลือขายอาจใช้เวลาประมาณ 2–3 ปี อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาดังกล่าวขึ้นอยู่กับกำลังซื้อ การเข้าถึงสินเชื่อ และความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของผู้ประกอบการแต่ละราย
ขณะเดียวกัน ผู้ซื้อบางส่วนยังประสบปัญหาการขอสินเชื่อไม่ผ่าน ทำให้การตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยเป็นไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น ส่วนผู้ประกอบการต้องบริหารสต็อกสินค้าและต้นทุนทางการเงินอย่างใกล้ชิด
น้ำท่วมเพิ่มความไม่แน่นอนให้ตลาด
รายงานยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่าเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ซื้ออาจพิจารณาความเสี่ยงด้านทำเลและสภาพแวดล้อมประกอบการตัดสินใจซื้อ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: รายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ระบุวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ตามข้อมูลที่ได้รับ
#อสังหาริมทรัพย์ #คอนโดเหลือขาย #ตลาดคอนโด #เศรษฐกิจไทย #หนี้ครัวเรือน #สินเชื่อบ้าน #สำนักข่าววิหคนิวส์
