ดร.สมชาย แสวงการ อดีตประธานกรรมาธิการวุฒิสภา แสดงความคิดเห็นกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร มอบหมายให้ทนายความยื่นขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติสร้างเสริมสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรม โดยระบุว่า กฎหมายฉบับดังกล่าวมีข้อยกเว้นสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ คดีทุจริต คดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และคดีฆ่าคนตายหรืออาชญากรรมร้ายแรง
ย้ำต้องพิจารณาตามข้อกฎหมาย
ดร.สมชายกล่าวถึงกรณีนายทักษิณว่า ได้ยื่นถวายฎีกา ยอมรับคำพิพากษาศาลฎีกา และยอมรับกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการกระทำของตน ก่อนจะได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ
พร้อมแสดงความเห็นว่า การดำเนินการใดที่ไม่สมควรก็ไม่พึงกระทำ โดยมองว่าความเห็นส่วนตัวไม่สามารถทำให้คำขอเข้าเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ หากไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย
เตือนคณะกรรมการพิจารณาอย่างรอบคอบ
ดร.สมชายระบุว่า ไม่ทราบเจตนาของผู้ยื่นคำขอ และไม่ต้องการก้าวล่วงดุลยพินิจของคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง แต่ต้องการเตือนให้คณะกรรมการพิจารณาข้อกฎหมายอย่างชัดเจนและระมัดระวัง โดยยืนยันความเห็นส่วนตัวว่า คำขอดังกล่าวไม่เข้าข้อกฎหมายตามที่ตนกล่าวถึง
ท้ายที่สุด ดร.สมชายยกคำสอนโบราณว่า “ได้คืบอย่าเอาศอก ได้ศอกอย่าเอาวา” พร้อมติดแฮชแท็ก #พอเถอะ และ #อย่าเหาะเหินเกินลงกา เพื่อสื่อถึงจุดยืนต่อกรณีดังกล่าว
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: ข้อความแสดงความคิดเห็นของ ดร.สมชาย แสวงการ อดีตประธานกรรมาธิการวุฒิสภา
#สมชายแสวงการ #ทักษิณชินวัตร #นิรโทษกรรม #มาตรา112 #การเมืองไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์


