วันที่ 13 ตุลาคม 2569 นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการแก้ปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ พร้อมวิจารณ์การประสานงานช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพมหานครว่า “มั่วพอสมควร” และยังมีหลายพื้นที่ที่ความช่วยเหลือเข้าไม่ถึง
นายชวนระบุว่า ไม่ต้องการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลมากนัก เนื่องจากอีกไม่นานจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และผู้ที่ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง โดยจากประสบการณ์ที่ลงพื้นที่แจกสิ่งของในวันแรก พบว่าหน่วยงานราชการเข้าถึงประชาชนค่อนข้างน้อย พร้อมมองว่าการจัดการในต่างจังหวัดมีความพร้อมและรัดกุมกว่า เนื่องจากมีองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ใหญ่บ้าน และกำนันช่วยประสานงาน
ชวนตั้งคำถามโยกย้ายข้าราชการกลางวิกฤต
นายชวนกล่าวถึงการโยกย้ายข้าราชการของนายอนุทินว่า สามารถทำได้หากเจ้าหน้าที่ละเลยหน้าที่หรือไม่ใส่ใจประชาชน แต่หากข้าราชการปฏิบัติหน้าที่ดีอยู่แล้วและถูกโยกย้ายด้วยเหตุผลอื่นในช่วงที่กำลังเผชิญวิกฤต อาจส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของผู้ปฏิบัติงาน
พร้อมยกกรณีผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ซึ่งเพิ่งย้ายมารับตำแหน่งได้ 7 วัน หลังจากก่อนหน้านี้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่จังหวัดกระบี่ประมาณ 3 เดือน โดยระบุว่ามีเสียงวิจารณ์ว่าการโยกย้ายดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับประโยชน์ทางการเมือง
นายชวนกล่าวว่า หากการแต่งตั้งโยกย้ายยึดการเมืองเป็นหลักโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม ข้าราชการที่มีอาวุโสน้อยกว่าอาจได้รับตำแหน่งก่อน ขณะที่ผู้ที่ปฏิบัติงานและรอความก้าวหน้ามานานอาจเสียโอกาส โดยระบุว่าได้พูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดหลายคน ซึ่งยอมรับว่าระบบการแต่งตั้งโยกย้ายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
เตือนวงจรอุบาทว์ลุกลามในระบบราชการ
นายชวนเรียกร้องให้ข้าราชการทบทวนบทบาทของตนเอง และไม่ปล่อยให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงระบบแต่งตั้งโยกย้าย โดยกล่าวว่าระบบราชการกำลังเผชิญปัญหา และวงจรอุบาทว์อาจขยายตัวต่อเนื่อง
นายชวนยกตัวอย่างว่า ในบางกระทรวง หากรัฐมนตรีทุจริต อาจมีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงที่ทุจริต และส่งต่อไปถึงการแต่งตั้งอธิบดี โดยเลือกบุคคลที่ยอมทำตามหรือแสวงหาประโยชน์ให้ ขณะที่ข้าราชการที่ดีและทำงานตรงไปตรงมากลับขาดโอกาสก้าวหน้า
ชี้การเมืองกระทบความน่าเชื่อถือองค์กรอิสระ
นายชวนกล่าวต่อว่า ปัญหาดังกล่าวอาจลุกลามไปถึงองค์กรอิสระ และสะท้อนการไม่ให้ความสำคัญกับกฎเกณฑ์ กติกาบ้านเมือง และความชอบธรรม ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการของระบบประชาธิปไตย
พร้อมยกตัวอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยมองว่า หากองค์กรเหล่านี้ทำงานอย่างตรงไปตรงมา มีประสิทธิภาพ และยึดกฎหมายเป็นหลัก ก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ แต่หากเกรงใจนักการเมืองจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ ก็อาจกลายเป็นภาระของประเทศและผู้เสียภาษี
นายชวนยังระบุว่า สังคมควรติดตามตรวจสอบว่าบุคคลในองค์กรอิสระปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ และไม่ควรปล่อยให้ผู้ที่ไม่ทำหน้าที่ตามความรับผิดชอบดำรงตำแหน่งต่อไป
เตือนอย่าเอาประโยชน์ชาติแลกบุญคุณ
นายชวนกล่าวว่า ในมุมมองของตน นักการเมืองจากรัฐบาลชุดปัจจุบันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้องค์กรอิสระหลายแห่งซึ่งเคยได้รับความเชื่อถือเสื่อมความน่าเชื่อถือลง พร้อมยกกรณีข้อกล่าวหาเรื่องการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งมองว่าเป็นประเด็นคอร์รัปชันที่เชื่อมโยงไปถึงการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งในองค์กรอิสระ
นายชวนตั้งข้อสังเกตว่า การใช้ดุลพินิจของ สว. อาจเกี่ยวข้องกับความผูกพันกับผู้มีอำนาจและที่มาของแต่ละบุคคล หากนักการเมืองเข้าไปพัวพันกับ สว. ก็อาจเกิดการตอบแทนบุญคุณขึ้นได้ พร้อมย้ำว่า การตอบแทนบุญคุณต้องไม่แลกมาด้วยประโยชน์ของชาติ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: คำให้สัมภาษณ์ของนายชวน หลีกภัย วันที่ 13 ตุลาคม 2569
#ชวนหลีกภัย #อนุทินชาญวีรกูล #น้ำท่วม #โยกย้ายข้าราชการ #องค์กรอิสระ #การเมืองไทย #สำนักข่าววิหคนิวส์
