จากการปราศรัย ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นางรสนา โตสิตระกูล วิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการน้ำท่วมของกรุงเทพมหานครภายใต้การนำของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยเปรียบสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมในปี 2569 เป็นบทพิสูจน์การทำงานของผู้ว่าฯ เช่นเดียวกับกรณีแผ่นดินไหวที่นำไปสู่การตรวจสอบอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
ย้อนประสบการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 54
นางรสนาเล่าถึงประสบการณ์ตรงในช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 ซึ่งตนเองเป็นผู้ประสบภัยในพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยระบุว่า ขณะนั้นประชาชนมีเวลาเตรียมตัวประมาณ 1 เดือน ทั้งการสร้างกำแพงป้องกันน้ำหน้าบ้านและจัดเตรียมอุปกรณ์จำเป็น จนสามารถปกป้องบ้านเรือนไว้ได้
นอกจากนี้ ประชาชนในพื้นที่ยังร่วมมือกันแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการขุดลอกคูคลองแนวเหนือ–ใต้บริเวณถนนเพชรเกษมและถนนบรมราชชนนี ซึ่งมีขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำ เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลผ่านและลดผลกระทบต่อชุมชน
ผนึกกำลังหน่วยงานรัฐ เปิดทางระบายน้ำ
นางรสนายังกล่าวถึงการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งกรมอู่ทหารเรือ กรมชลประทาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำและกำลังพลเข้าร่วมขุดลอกคลอง เปิดทางน้ำ และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ฝั่งธนบุรี
พร้อมยกตัวอย่างความร่วมมือระหว่างประชาชนกับหน่วยงานราชการในช่วงเวลานั้น ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วมและปกป้องพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะแนวถนนพระราม 2
นางรสนามองว่า ประสบการณ์ดังกล่าวสะท้อนความสำคัญของการมีส่วนร่วมจากประชาชน การประสานงานระหว่างหน่วยงาน และการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติล่วงหน้า
ตั้งคำถามนโยบายลอกท่อ 3,000 กิโลเมตร
เมื่อนำประสบการณ์ปี 2554 มาเปรียบเทียบกับสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ในปี 2569 นางรสนาวิพากษ์วิจารณ์แนวทางบริหารจัดการน้ำของนายชัชชาติ โดยกล่าวถึงช่วงหาเสียงที่มีการนำเสนอว่าได้ศึกษาปัญหากรุงเทพฯ มาแล้ว 2 ปี รวมถึงแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และนโยบายลอกท่อระบายน้ำไม่น้อยกว่า 3,000 กิโลเมตรต่อปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อต้องเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ กลับมีภาพประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้านเรือนและชุมชนเป็นเวลาหลายวัน ซึ่งเป็นประเด็นที่นางรสนานำมาตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานคร
“ระบบระบายน้ำต้องใช้งานได้จริง”
นางรสนามองว่า การประเมินผลงานแก้ปัญหาน้ำท่วมไม่ควรพิจารณาจากจำนวนโครงการหรือระยะทางการขุดลอกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูว่าระบบระบายน้ำทำงานได้จริงหรือไม่ ประชาชนได้รับการแจ้งเตือนทันเวลาหรือไม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถลดความเสียหายได้มากน้อยเพียงใด
นางรนายังเรียกร้องให้ผู้บริหารกรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับการเตรียมพร้อมล่วงหน้า การเปิดทางระบายน้ำ และการประยุกต์ใช้แนวพระราชดำริในการจัดการน้ำ โดยยกประสบการณ์ความร่วมมือในช่วงมหาอุทกภัยปี 2554 มาเป็นตัวอย่างประกอบการวิพากษ์วิจารณ์
ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวเป็นเนื้อหาจากคำปราศรัยและมุมมองของนางรสนาต่อการบริหารจัดการน้ำของกรุงเทพมหานครในสถานการณ์ปัจจุบัน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: NEWS1
#รสนาโตสิตระกูล #ชัชชาติ #น้ำท่วมกรุงเทพ #บริหารจัดการน้ำ #มหาอุทกภัย2554 #บึงรับน้ำคู้บอน #ข่าวการเมือง
