หนี้สาธารณะไทยแตะ 13.19 ล้านล้านบาท คิดเป็น 67.94% ของ GDP ข้อมูลจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ระบุว่า หนี้ส่วนใหญ่มาจากการกู้ภายในประเทศ ขณะที่รัฐบาลมีทั้งภาระขาดดุลงบประมาณ การชำระหนี้เดิม และการกู้เพื่อรับมือวิกฤตต่าง ๆ ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่หนี้เพิ่มจากสาเหตุใด ใครเป็นผู้อนุมัติการกู้ และประเทศไทยจะบริหารภาระหนี้ให้ลดลงได้อย่างไร
หนี้สาธารณะล่าสุดอยู่ที่เท่าไหร่?
ข้อมูลหน้าเว็บไซต์สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 แสดงยอดหนี้สาธารณะคงค้าง 13,191,837.86 ล้านบาท หรือประมาณ 13.19 ล้านล้านบาท คิดเป็น 67.94% ของ GDP โดยมีรายละเอียดดังนี้
- รัฐบาลกู้โดยตรง 11.51 ล้านล้านบาท
- รัฐบาลกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ประมาณ 460,177 ล้านบาท
- หนี้รัฐวิสาหกิจประมาณ 1.06 ล้านล้านบาท
- หนี้รัฐวิสาหกิจในภาคการเงินที่รัฐบาลค้ำประกันประมาณ 122,932 ล้านบาท
- หนี้หน่วยงานของรัฐประมาณ 47,841 ล้านบาท
ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลหนี้หลายประเภทที่รวมกันเป็นหนี้สาธารณะ ไม่ใช่เงินกู้ที่รัฐบาลชุดใดชุดหนึ่งกู้ขึ้นมาทั้งหมดในคราวเดียว
หนี้เพิ่มขึ้นจากอะไร?
สาเหตุหลักที่ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ได้แก่
- การกู้ชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
เมื่อรายได้จากภาษีและรายได้อื่นของรัฐบาลไม่เพียงพอกับรายจ่าย รัฐบาลสามารถกู้เงินมาชดเชยส่วนขาดดุลได้ เช่น รายจ่ายด้านบุคลากร สวัสดิการ การลงทุน และบริการสาธารณะ
- การกู้เพื่อดำเนินโครงการและรับมือวิกฤต
รัฐบาลอาจกู้เงินเพื่อดำเนินโครงการลงทุนหรือมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤต โดยแต่ละโครงการต้องพิจารณาวงเงินกู้ การเบิกจ่าย และภาระชำระคืนแยกกัน
- หนี้ที่สืบเนื่องจากรัฐบาลในอดีต
หนี้สาธารณะสะสมจากรัฐบาลหลายสมัย รวมถึงหนี้ที่เกิดจากการแก้ปัญหาสถาบันการเงินในอดีต การบริหารหนี้เดิม และการออกตราสารหนี้เพื่อชำระหนี้ที่ครบกำหนด
- ดอกเบี้ยและการบริหารหนี้เดิม
รัฐบาลต้องจัดงบประมาณชำระดอกเบี้ยและเงินต้น เมื่อมีการกู้ใหม่เพื่อชำระหนี้ที่ครบกำหนด ยอดหนี้รวมอาจไม่ได้ลดลงในสัดส่วนเดียวกับเงินที่ชำระคืน เพราะต้องพิจารณาการกู้ใหม่และการไถ่ถอนหนี้ควบคู่กัน
ใครเป็นคนสร้างหนี้ และใครเป็นคนกู้?
การกู้เงินภาครัฐดำเนินการภายใต้กฎหมายและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐ โดยกระทรวงการคลังและสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะมีบทบาทสำคัญในการกู้และบริหารหนี้ตามแผนที่ได้รับอนุมัติ ส่วนรัฐบาลและรัฐสภามีบทบาทตามขั้นตอนการจัดทำงบประมาณและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น การระบุว่าใครเป็นผู้ก่อหนี้ต้องดูเป็นรายรัฐบาลและรายโครงการว่าใครเป็นผู้เสนอ ใครอนุมัติ วงเงินเท่าใด มีการกู้จริงเท่าใด และนำเงินไปใช้ในวัตถุประสงค์ใด ไม่สามารถนำยอดหนี้คงค้างทั้งหมดไปนับเป็นหนี้ที่รัฐบาลปัจจุบันสร้างขึ้นได้โดยตรง
รัฐบาลอนุทินสร้างหนี้เท่าไหร่?
ในปี 2569 รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีการดำเนินการด้านการกู้เงินเพื่อรับมือผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน โดยมีพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินวงเงิน 400,000 ล้านบาท ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและประกาศใช้ในเดือนพฤษภาคม 2569
ตามข้อมูลที่เผยแพร่ วงเงินดังกล่าวแบ่งเป้าหมายหลักเป็น 2 ส่วน ได้แก่
- 200,000 ล้านบาท สำหรับมาตรการช่วยเหลือประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
- 200,000 ล้านบาท สำหรับการปรับโครงสร้างและเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน รวมถึงการลดความเปราะบางของเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม วงเงินกู้ที่กฎหมายอนุญาต 400,000 ล้านบาท ไม่เท่ากับยอดหนี้ที่กู้และเบิกจ่ายจริงโดยอัตโนมัติ การประเมินว่ารัฐบาลอนุทินทำให้หนี้เพิ่มขึ้นเท่าใด จึงต้องแยกยอดกู้ใหม่ที่เกิดขึ้นจริงในช่วงรัฐบาลนี้ออกจากหนี้เดิม การชำระคืน และการกู้เพื่อบริหารหนี้ที่ครบกำหนด
ประเทศไทยกู้เงินจากที่ไหน?
แหล่งเงินกู้สาธารณะของไทยมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยข้อมูลของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะแสดงยอดหนี้ในประเทศประมาณ 13.10 ล้านล้านบาท และหนี้ต่างประเทศประมาณ 90,086 ล้านบาท หรือราว 0.68% ของยอดหนี้สาธารณะทั้งหมด
แหล่งเงินกู้ในประเทศอาจมาจากการออกพันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง และตราสารหนี้อื่น ๆ ที่ซื้อโดยธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงิน กองทุน นักลงทุน และผู้ถือครองตราสารหนี้ ส่วนการกู้ต่างประเทศอาจมาจากสถาบันการเงินระหว่างประเทศหรือแหล่งเงินกู้ต่างประเทศตามสัญญา
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า หนี้สาธารณะส่วนใหญ่ของไทยเป็นหนี้ที่ระดมทุนภายในประเทศ ไม่ใช่การกู้จากต่างประเทศทั้งหมด
ต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะชำระหนี้หมด?
ยังไม่สามารถระบุปีที่ประเทศไทยจะปลดหนี้สาธารณะได้อย่างแน่นอนจากยอดหนี้รวมเพียงตัวเลขเดียว เพราะหนี้แต่ละประเภทมีวันครบกำหนด อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขการชำระต่างกัน
ข้อมูลของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะแสดงอายุคงเหลือเฉลี่ยของหนี้สาธารณะประมาณ 9 ปี 4 เดือน แต่ตัวเลขนี้หมายถึงระยะเวลาเฉลี่ยตามโครงสร้างหนี้ ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะปลดหนี้ทั้งหมดได้ภายในเวลานั้น
การทำให้ยอดหนี้ลดลงอย่างต่อเนื่องจำเป็นต้องพิจารณารายได้รัฐบาล รายจ่ายประจำ การลงทุน การเติบโตทางเศรษฐกิจ ภาระดอกเบี้ย และความสามารถในการจัดงบประมาณเพื่อชำระเงินต้น หากรัฐบาลยังมีการกู้ใหม่ในระหว่างชำระหนี้เก่า ยอดหนี้รวมก็อาจคงอยู่หรือเพิ่มขึ้นได้
จับตาหนี้สาธารณะต่อ GDP ใกล้กรอบ 70%
กรอบบริหารหนี้สาธารณะของไทยกำหนดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ไว้ไม่เกิน 70% ตามกรอบที่ใช้อยู่ ขณะที่ตัวเลขบนเว็บไซต์สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะอยู่ที่ 67.94%
ตัวเลขนี้สะท้อนสัดส่วนหนี้เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ ไม่ใช่จำนวนเงินที่รัฐบาลต้องชำระคืนในปีเดียว การติดตามสถานะหนี้จึงต้องพิจารณาทั้งยอดหนี้คงค้าง ภาระดอกเบี้ย แผนชำระหนี้ และการกู้ใหม่ในแต่ละปีงบประมาณควบคู่กัน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.), ระบบบริการและเผยแพร่ข้อมูลการคลัง กระทรวงการคลัง และไทยพับลิก้า รายงานเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เดือนพฤษภาคม 2569
#หนี้สาธารณะ #เศรษฐกิจไทย #รัฐบาลอนุทิน #งบประมาณแผ่นดิน #สำนักข่าววิหคนิวส์
