ข่าวประจำวัน » ปิดทางเลือกตั้งตลอดไป!อดีตรองนายกฯ เทศบาล ปกปิดทรัพย์สิน อ้าง “หลงลืม” ฟังไม่ขึ้น!

ปิดทางเลือกตั้งตลอดไป!อดีตรองนายกฯ เทศบาล ปกปิดทรัพย์สิน อ้าง “หลงลืม” ฟังไม่ขึ้น!

12 October 2026
34   0

12 ตุลาคม 2569

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เปิดบทเรียนคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองท้องถิ่น ชี้ผลทางการเมืองรุนแรง แม้ศาลให้รอการลงโทษจำคุก แต่ถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป!

📌 เงินฝาก–หุ้น–รถ ไม่ปรากฏในบัญชี!

นายวัสโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “วัส ติงสมิตร กฎหมายและบ้านเมือง” วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขแดงที่ อม 30/2569 ลงวันที่ 21 กันยายน 2569

คดีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับ นางสาวจิรัชยา หาญณรงค์ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปราณบุรี ซึ่ง ป.ป.ช. ยื่นคำร้องกรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเมื่อพ้นจากตำแหน่งไม่ถูกต้องครบถ้วน โดยมีรายการไม่ปรากฏในบัญชี ได้แก่

  • เงินฝากธนาคาร 4 บัญชี
  • หุ้นบริษัท ปราณบุรีพรีเมียร์ซัพพลาย จำกัด จำนวน 200,000 หุ้น มูลค่า 2 ล้านบาท
  • รถยนต์ Isuzu และรถบรรทุก Mitsubishi รวม 2 รายการ

🔍 อ้างหลงลืม! แต่พฤติการณ์ชี้รู้ว่ามีทรัพย์สิน

ตามบทวิเคราะห์ ศาลพิจารณาพบว่าบัญชีธนาคารยังมีธุรกรรมต่อเนื่อง แม้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งแล้ว ส่วนหุ้นบริษัทครอบครัว แม้เคยถอนชื่อออก แต่ภายหลังกลับมีชื่อเพื่อช่วยบริหารงาน

ขณะที่รถทั้งสองคันยังมีชื่อผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในทะเบียน และยังใช้งานอยู่ ประกอบกับการรับสารภาพในชั้นพิจารณา

ศาลจึงฟังว่า ผู้ถูกกล่าวหาทราบถึงความมีอยู่ของทรัพย์สิน และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อว่าจงใจปกปิดข้อเท็จจริง พร้อมมีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สิน

🚨 ตัดสิทธิสมัครเลือกตั้งถาวร! จำคุก–ปรับ ก่อนลดโทษ

นายวัสระบุว่า ศาลพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป พร้อมลงโทษจำคุก 2 เดือน และปรับ 8,000 บาท

เมื่อรับสารภาพ จึงลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 เดือน และปรับ 4,000 บาท โดยให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 1 ปี เนื่องจากไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน

การรอการลงโทษจำคุก ไม่ได้ทำให้การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปสิ้นผล

🏛️ คดีบัญชีทรัพย์สิน แยกพิจารณาสองศาล

บทวิเคราะห์อธิบายว่า กฎหมาย ป.ป.ช. แยกเขตอำนาจพิจารณาคดีบัญชีทรัพย์สินตามประเภทตำแหน่ง

กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ และผู้ดำรงตำแหน่งท้องถิ่นตามที่กฎหมายและ ป.ป.ช. กำหนด อยู่ในอำนาจศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ส่วนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกกลุ่ม อยู่ในอำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ

กรณีนี้ ผู้ถูกกล่าวหาเป็นรองนายกเทศมนตรี จึงอยู่ในกลุ่มที่ศาลฎีกาฯ มีอำนาจพิจารณา

⚠️ บทเรียนแรง! บัญชีทรัพย์สินต้องครบ

นายวัสชี้ว่า ข้ออ้าง “หลงลืม” ไม่อาจหักล้างพฤติการณ์ที่แสดงถึงการรับรู้และความเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้ง่าย เพราะศาลพิจารณาทั้งรายการเคลื่อนไหวทางบัญชี ข้อมูลทะเบียน และข้อเท็จจริงประกอบกัน

ผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีจึงต้องตรวจสอบเงินฝาก หุ้น รถ และทรัพย์สินที่ต้องแสดงตามกฎหมายอย่างรอบคอบ รวมถึงรายการของคู่สมรสและบุตรที่อยู่ในข่ายต้องยื่น

ความผิดครั้งนี้ไม่ได้จบเพียงโทษจำคุกหรือค่าปรับ แต่กระทบสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป!

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: ไทยโพสต์

#ปกปิดทรัพย์สิน #บัญชีทรัพย์สิน #ศาลฎีกา #นักการเมืองท้องถิ่น #วัส ติงสมิตร #อดีตผู้พิพากษาอาวุโส #ไทยโพสต์ #วิหคนิวส์