นายโกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด ประกาศนโยบายบริหารงานในระยะเวลา 2 ปี มุ่งปรับโครงสร้างและยกระดับการทำงานของสำนักงานอัยการไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล พร้อมผลักดันการทำงานเชิงรุกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
นายโกวิทระบุว่า ระบบงานอัยการของไทยมีข้อจำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับบางประเทศที่มีหน่วยงานสืบสวนสอบสวนเฉพาะทาง เช่น สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI ซึ่งมีบทบาทในการสืบสวนคดีอาชญากรรม ขณะที่การทำงานของหน่วยงานในไทยมีการแบ่งอำนาจและหน้าที่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดันสำนักงานสอบสวนขับเคลื่อนงานเชิงรุก
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการผลักดันสำนักงานสอบสวนให้มีบทบาทในการดำเนินงานเชิงรุกมากขึ้น โดยมอบหมายให้ ดร.วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นผู้ขับเคลื่อนการทำงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานอัยการ
นโยบายดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนบริหารงาน 2 ปี ที่มุ่งปรับปรุงโครงสร้างการทำงานและพัฒนาศักยภาพขององค์กร เพื่อให้การดำเนินคดีและการอำนวยความยุติธรรมตอบสนองต่อปัญหาอาชญากรรมและความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น
จับตาทิศทางปฏิรูปอัยการไทย
การปรับโครงสร้างและเพิ่มบทบาทงานสอบสวนเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ทั้งในด้านขอบเขตอำนาจตามกฎหมาย การประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อประชาชนตลอดระยะเวลาการบริหารงาน 2 ปี
สำนักข่าววิหคนิวส์
#อัยการสูงสุด #โกวิทศรีไพโรจน์ #วัชรินทร์ภาณุรัตน์ #ปฏิรูปอัยการ #สำนักงานสอบสวน #FBI #กระบวนการยุติธรรม #สำนักข่าววิหคนิวส์
