เรื่องฮอต ประเด็นฮิต » งานเข้าแน่!! ‘กัน จอมพลัง’ จ่อถูก DSI เรียกแจงเงินบริจาค สอบพยานกว่า 10 ปาก ลุยตรวจเส้นเงินมูลนิธิ!

งานเข้าแน่!! ‘กัน จอมพลัง’ จ่อถูก DSI เรียกแจงเงินบริจาค สอบพยานกว่า 10 ปาก ลุยตรวจเส้นเงินมูลนิธิ!

11 October 2026
42   0

11 ตุลาคม 2569

ความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางการเงินบริจาคของมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ กลับมาเป็นประเด็นร้อน หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เปิดเผยความคืบหน้าเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ว่าพนักงานสืบสวนได้ทยอยสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 10 ราย ทั้งกลุ่มผู้บริจาคเงินและบุคคลใกล้ชิดของนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง”

พร้อมเตรียมเชิญเจ้าตัวเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาค หลังรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม

ประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ คือเงินบริจาคถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิและความประสงค์ของผู้บริจาคหรือไม่

เรื่องนี้เริ่มต้นจากข้อร้องเรียนของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม” ซึ่งเข้ายื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 เวลา 10.00 น. ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

โดยขอให้ตรวจสอบการดำเนินงาน การใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้ รวมถึงเส้นทางการเงิน และข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ทรัพย์สินของมูลนิธิผิดไปจากวัตถุประสงค์

ต่อมาวันที่ 21 กันยายน 2569 นายษิทราเดินทางเข้ายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมให้ถ้อยคำประกอบคำร้องต่อเจ้าหน้าที่ DSI เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว

หลังรับเรื่อง เจ้าหน้าที่เริ่มรวบรวมข้อมูลและพิจารณาข้อเท็จจริง เพื่อประเมินว่ามีพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่

กระทั่งวันที่ 25 กันยายน 2569 นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผู้อำนวยการกองกิจการอำนวยความยุติธรรม DSI เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริง และเตรียมเชิญผู้ที่เคยบริจาคเงินเข้ามาให้ข้อมูล

หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถูกเชิญคือ นายพุทธอภิวรรณ องค์พระบารมี ผู้บริหารฝ่ายข่าวช่อง 8 ซึ่งเดินทางเข้าพบพนักงานสืบสวนเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569

นายพุทธอภิวรรณให้ข้อมูลว่า เคยบริจาคเงินเข้าบัญชีมูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้ จำนวน 2 ครั้ง รวม 400,000 บาท เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน

พร้อมยืนยันว่า การบริจาคเกิดจากความต้องการช่วยเหลือประชาชน โดยตนไม่ได้ติดตามรายละเอียดว่าเงินทั้งหมดถูกนำไปใช้ในกิจกรรมใดบ้าง

ต่อมาวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 16.00 น. นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ “หนุ่ม กรรชัย” พิธีกรรายการโหนกระแส เดินทางเข้าพบพนักงานสืบสวน DSI ณ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

เพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยานเกี่ยวกับเงินบริจาคที่เคยสนับสนุนนายกัณฐัศว์และมูลนิธิ กันจอมพลัง ช่วยสู้

นายกรรชัยชี้แจงว่า เคยโอนเงินบริจาครวมประมาณ 1.5 ล้านบาท ทั้งเข้าบัญชีมูลนิธิและบัญชีส่วนตัวของนายกัณฐัศว์

โดยมีเงินจำนวน 1 ล้านบาทสำหรับช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ และอีก 500,000 บาทสำหรับสนับสนุนช่วงเริ่มต้นจัดตั้งมูลนิธิ

นอกจากนี้ ยังเคยสนับสนุนเงินจำนวนหลักหมื่นบาทเป็นครั้งคราว เพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงการจัดซื้อถุงยังชีพ

นายกรรชัยยืนยันว่า การสนับสนุนเงินทั้งหมดเกิดจากความตั้งใจช่วยเหลือผู้เดือดร้อน และความไว้วางใจที่มีต่อนายกัณฐัศว์ เนื่องจากเห็นว่าเจ้าตัวลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนจริง

สำหรับประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายกรรชัยกับนายกัณฐัศว์ พนักงานสืบสวนระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับ ไม่พบเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงหรือความขัดแย้งรุนแรงที่เกี่ยวข้องกับการบริจาคเงินครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังจำเป็นต้องนำข้อมูลทั้งหมดไปเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานอื่น รวมถึงรายการเดินบัญชี สลิปการโอนเงิน วันเวลา และวัตถุประสงค์ในการรับบริจาคแต่ละครั้ง

ล่าสุดวันที่ 10 ตุลาคม 2569 คณะพนักงานสืบสวน DSI เปิดเผยว่า ได้สอบปากคำพยานแล้วกว่า 10 ราย โดยมีทั้งผู้บริจาคและบุคคลใกล้ชิดของนายกัณฐัศว์

ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการตรวจสอบข้อมูลการเงินและพยานเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเชิญนายกัณฐัศว์เข้าชี้แจงเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาคของมูลนิธิ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า การตรวจสอบไม่ได้มุ่งดูเพียงยอดเงินบริจาคหรือบุคคลที่โอนเงินเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาว่าเงินถูกนำไปใช้ในกิจกรรมใด มีเอกสารประกอบการใช้จ่ายหรือไม่ และการดำเนินการสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่จดทะเบียนไว้หรือไม่

หากพบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิด เจ้าหน้าที่จึงจะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน หากภายหลังมีการรับเรื่องเป็นคดีพิเศษและพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำความผิด ผู้บริจาคที่ได้รับความเสียหายอาจมีสิทธิร้องทุกข์กล่าวโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ต้องพิจารณาพฤติการณ์และความเสียหายเป็นรายกรณี

DSI ยังย้ำด้วยว่า การตรวจสอบต้องให้ความเป็นธรรมกับบุคคลที่ถูกร้องเรียน และไม่สามารถสรุปว่ามีการกระทำความผิดจากข้อกล่าวหาเพียงฝ่ายเดียว

ก่อนหน้านี้ นายกัณฐัศว์เคยแสดงจุดยืนว่าพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อชี้แจงข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินงานของมูลนิธิ

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อไปคือ การชี้แจงของนายกัณฐัศว์ การตรวจสอบเส้นทางเงินบริจาค ตลอดจนผลการพิจารณาว่าเงินที่ได้รับถูกใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่

ความคืบหน้าของเรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่งกรณีสำคัญที่สังคมจับตามองเกี่ยวกับความโปร่งใสในการรับบริจาคและการบริหารจัดการเงินขององค์กรสาธารณกุศล

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง

กรมสอบสวนคดีพิเศษ
ไทยพีบีเอส
เดลินิวส์
THE STANDARD

#กันจอมพลัง #กัณฐัศว์พงศ์ไพบูลย์เวชย์ #มูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้ #DSI #ดีเอสไอ #ทนายตั้ม #ษิทราเบี้ยบังเกิด #หนุ่มกรรชัย #กรรชัยกำเนิดพลอย #พุทธอภิวรรณ #เงินบริจาค #ตรวจสอบเงินบริจาค #เส้นทางการเงิน #มูลนิธิ #ความโปร่งใส #ข่าวสังคม #ข่าวด่วน #ข่าวอาชญากรรม #สำนักข่าววิหคนิวส์ #VIHOKNEWS