9 ตุลาคม 2569
การเมืองไทยเข้าสู่ศึกใหญ่ หลังพรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เปิดฉากยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล แบบรายบุคคล รวม 18 รัฐมนตรี
โดยเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์พร้อมตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 145 คน ยื่นญัตติต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151
ญัตติดังกล่าวมีความยาว 7 หน้า ระบุข้อกล่าวหาครอบคลุมทั้งการบริหารราชการแผ่นดิน การใช้อำนาจรัฐ ปัญหาการทุจริต การแทรกแซงองค์กรตรวจสอบ คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา และความล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาประชาชน
นายณัฐพงษ์ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของฝ่ายค้านคือการตรวจสอบสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ซึ่งฝ่ายค้านกล่าวหาว่าเข้าครอบงำกลไกอำนาจและระบบตรวจสอบของประเทศ
รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายทั้งหมด 18 คน เป็นรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย โดยไม่มีรายชื่อรัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลพรรคอื่น
สำหรับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถูกฝ่ายค้านตั้งข้อกล่าวหาหลายประเด็น ทั้งความบกพร่องในการบริหารประเทศ การใช้อำนาจเอื้อประโยชน์เครือข่ายทางการเมือง การละเลยปัญหาทุนเทา และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
ฝ่ายค้านยังกล่าวหาว่า การบริหารงานของรัฐบาลมีปัญหาทั้งด้านเศรษฐกิจ การจัดการวิกฤตประชาชน การสอบบรรจุข้าราชการ และการใช้อำนาจโยกย้ายบุคลากรในระบบราชการ
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถูกฝ่ายค้านวิจารณ์เรื่องภาวะผู้นำและประสิทธิภาพการบริหารเศรษฐกิจ โดยใช้ถ้อยคำว่า “ไร้ตัวตนในการแก้ไขวิกฤตของประเทศ”
ญัตติกล่าวถึงปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น และภาระค่าครองชีพที่ประชาชนต้องแบกรับ โดยข้อกล่าวหาต่อรัฐมนตรีรายนี้มุ่งไปที่ประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ได้ระบุข้อกล่าวหาทุจริตโดยตรง
ขณะที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ถูกฝ่ายค้านตั้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่ การประกอบธุรกิจบนที่ดินของรัฐ ความเชื่อมโยงกับบริษัทเอกชน ตลอดจนข้อกล่าวหาเรื่องเครือข่ายทางการเมืองและการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
นอกจากนี้ ญัตติยังมีถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความกตัญญูและความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย
สำหรับรัฐมนตรีรายอื่นที่มีชื่อถูกอภิปราย ได้แก่
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
เนื้อหาข้อกล่าวหาต่อรัฐมนตรีกลุ่มนี้แตกต่างกันไป ตั้งแต่การบริหารงานผิดพลาด การใช้อำนาจโดยมิชอบ ผลประโยชน์ทับซ้อน ไปจนถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการทุจริตและการแทรกแซงกลไกตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ข้อความในญัตติทั้งหมดถือเป็นข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน ซึ่งยังไม่ได้เป็นข้อยุติว่ารัฐมนตรีรายใดกระทำความผิดตามที่กล่าวหา
ย้อนกลับไปก่อนการยื่นญัตติ ฝ่ายค้านได้แสดงจุดยืนตรวจสอบปัญหาการเลือกสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น และการบริหารจัดการน้ำท่วมที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่
นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า ฝ่ายค้านเตรียมพยานหลักฐานสำหรับการอภิปราย และหากพบข้อมูลที่เข้าข่ายการกระทำผิด ก็พร้อมดำเนินการตามกระบวนการกฎหมายต่อไป
ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ฝ่ายค้านต้องการเวลาอภิปรายประมาณ 5 วัน เพื่อให้สามารถนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับรัฐมนตรีทั้ง 18 คนได้อย่างครบถ้วน
ขณะที่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า จะดำเนินการตรวจสอบญัตติและประสานรัฐบาลเพื่อกำหนดวันอภิปราย โดยมีการหารือเบื้องต้นถึงช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569
ส่วนท่าทีของรัฐบาล นายอนุทินยืนยันว่า ไม่กังวลต่อการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตย และรัฐมนตรีทุกคนพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า หากมีการอภิปรายเกี่ยวข้องกับกระทรวงใด รัฐมนตรีที่รับผิดชอบต้องเตรียมข้อมูลมาตอบข้อสงสัย พร้อมมองว่าเวทีดังกล่าวเป็นโอกาสนำเสนอผลงานของรัฐบาล
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ยืนยันว่า พร้อมรับการตรวจสอบ และเห็นว่าเป็นโอกาสชี้แจงงานด้านเศรษฐกิจและการดูแลประชาชน
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จึงเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาญัตติและกำหนดวันประชุม ก่อนที่ฝ่ายค้านจะนำข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานเข้าสู่เวทีสภาให้ฝ่ายรัฐบาลชี้แจง และให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรลงมติต่อไป
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง :
สำนักข่าวอิศรา
Nation Online
Thai PBS
กรุงเทพธุรกิจ
เดลินิวส์
#อนุทินชาญวีรกูล #ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #ไชยชนกชิดชอบ #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #ซักฟอกรัฐบาล #18รัฐมนตรี #รัฐบาลอนุทิน #พรรคประชาชน #พรรคภูมิใจไทย #ฝ่ายค้าน #ฮั้วสว #ทุนเทา #ระบอบสีน้ำเงิน #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #สำนักข่าววิหคนิวส์ #VihokNews
