สำนักข่าววิหคนิวส์
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายดิเรก พรสีมา ผู้สมัครรับเลือกระดับประเทศ กลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 พร้อมพวกรวม 40 คน ยื่นคำร้องต่อประธานศาลฎีกา ขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ที่ วท. 12/2569 ซึ่งจำกัดช่องทางการฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยประชาชนต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบโดยตรง พร้อมขอให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย นางมัณฑรี อุชชิน ประธานศาลอุทธรณ์ โดยผู้ร้องกล่าวอ้างว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวอาจเป็นการใช้อำนาจตามอำเภอใจและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
เปิดปมคำวินิจฉัย วท. 12/2569
คำร้องดังกล่าวสืบเนื่องจากคำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ที่ วท. 12/2569 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ซึ่งวินิจฉัยโดยสรุปว่า คดีที่ประชาชนยื่นฟ้อง กกต. ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
เหตุผลสำคัญตามคำวินิจฉัยคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 235 กำหนดกระบวนการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระไว้เป็นการเฉพาะ โดยให้ส่งเรื่องแก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อไต่สวน ก่อนส่งต่อให้อัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
นอกจากนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 10 (1) และ (3) กำหนดอำนาจพิจารณาคดีที่กล่าวหา กกต. ไว้ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะที่มาตรา 5 ห้ามศาลอื่นรับคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลดังกล่าวมาพิจารณาพิพากษา
ด้วยเหตุนี้ คำวินิจฉัยจึงเห็นว่า ประชาชนไม่สามารถยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบโดยตรงได้
ผู้ร้องโต้กลับ อ้างบรรทัดฐานศาลฎีกาปี 2562
นายดิเรกและพวกไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงแนวคำวินิจฉัยจากบรรทัดฐานเดิม พร้อมยกคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5673/2562 ซึ่งเป็นคำพิพากษาที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มาเป็นเหตุผลประกอบคำร้อง
ผู้ร้องอ้างว่า คำพิพากษาดังกล่าววางหลักว่า กระบวนการพิเศษในการดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระผ่าน ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด เป็นช่องทางเพิ่มเติมในการดำเนินคดี ไม่ได้ตัดสิทธิผู้เสียหายในการฟ้องคดีอาญาด้วยตนเองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 (2)
ผู้ร้องจึงเห็นว่า หากประชาชนเป็นผู้เสียหาย ย่อมมีสิทธิยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบได้ตามหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ยังอ้างถึงคำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ที่ วท. 12/2562 ซึ่งเคยวินิจฉัยว่า กกต. มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา และคดีที่ประชาชนเป็นโจทก์กล่าวหา กกต. ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่อาจนำเข้าสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ จึงอยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ
ชูรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 คุ้มครองสิทธิประชาชน
นายดิเรกและพวกยังยกบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 25 วรรคสาม ซึ่งรับรองสิทธิของบุคคลที่ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพในการนำบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญมาใช้เป็นหลักในการฟ้องร้องหรือต่อสู้คดีต่อศาล เพื่อคุ้มครองสิทธิของตนเอง
ผู้ร้องเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 235 กำหนดหน้าที่ให้ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหา แต่ไม่ควรตีความเชื่อมโยงกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตรา 5 จนกลายเป็นการตัดสิทธิผู้เสียหายในการฟ้องคดีด้วยตนเอง
ขอที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาทบทวนคำวินิจฉัย
จากเหตุผลดังกล่าว ผู้ร้องขอให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาพิจารณาทบทวนคำวินิจฉัยประธานศาลอุทธรณ์ที่ วท. 12/2569 โดยระบุว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในการฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบโดยตรง
ผู้ร้องยังระบุว่า การดำเนินคดีผ่าน ป.ป.ช. และอัยการสูงสุดอาจใช้เวลานานกว่า 3 ปี และส่งผลให้คดีที่ประชาชนยื่นฟ้อง กกต. ไม่สามารถดำเนินต่อในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ รวมถึงศาลจังหวัดนนทบุรีได้ตามแนวทางที่ผู้ร้องประสงค์
ร้องสอบวินัยประธานศาลอุทธรณ์
นอกจากขอให้ทบทวนคำวินิจฉัยแล้ว นายดิเรกและพวกยังขอให้ประธานศาลฎีกาพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย นางมัณฑรี อุชชิน ประธานศาลอุทธรณ์
ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในศาลยุติธรรมย่อมสามารถเล็งเห็นผลกระทบจากคำวินิจฉัยที่มีต่อสิทธิประชาชนได้ พร้อมระบุว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวก่อให้เกิดข้อกังขาในหมู่นักกฎหมาย นักวิชาการ และประชาชนเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนกับการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
ผู้ร้องจึงเห็นว่า พฤติการณ์ตามที่กล่าวหาอาจเข้าข่ายการใช้อำนาจตามอำเภอใจ การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการฝ่าฝืนประมวลจริยธรรมของข้าราชการตุลาการอย่างร้ายแรง จึงขอให้มีการตรวจสอบตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้อำนาจโดยมิชอบและการฝ่าฝืนจริยธรรมเป็นข้อกล่าวอ้างของผู้ร้อง โดยคำร้องที่ยื่นต่อประธานศาลฎีกาเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 มีเป้าหมายให้พิจารณาทบทวนคำวินิจฉัยและตรวจสอบทางวินัยตามที่ร้องขอ
สำนักข่าววิหคนิวส์
#ผู้สมัครสว #ดิเรกพรสีมา #ศาลฎีกา #ประธานศาลอุทธรณ์ #กกต #ปปช #สิทธิประชาชน #คดีทุจริต #กฎหมายรัฐธรรมนูญ #สำนักข่าววิหคนิวส์
