การถือครองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2569 โดยข้อมูลของ World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเป็นผู้ซื้อทองคำสุทธิอย่างต่อเนื่อง
ในเดือนกรกฎาคม 2569 ธนาคารกลางทั่วโลกมีการซื้อทองคำสุทธิที่รายงานประมาณ 23 ตัน ขณะที่เดือนสิงหาคมมีการซื้อสุทธิที่รายงานประมาณ 39 ตัน
ประเทศที่มีการซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ จีน โปแลนด์ อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน สาธารณรัฐเช็ก สิงคโปร์ และประเทศตลาดเกิดใหม่อีกหลายแห่ง
ธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้า
“ซื้อทองคำ” สะสมเข้าคลังไม่หยุด
ปีนี้ซื้อทองคำกันไปรวม “170 ตัน” แล้ว
🇵🇱 โปแลนด์ = ซื้อ 98 ตัน
🇨🇳 จีน = ซื้อ 80 ตัน
🇺🇿 อุซเบกิสถาน = ซื้อเกือบ 50 ตัน
🇰🇿 คาซัคสถาน = ซื้อ 36 ตัน
🇨🇿 เช็ก = ซื้อ 14 ตัน
🇸🇬 สิงคโปร์ = ซื้อ 10 ตัน
🇨🇱 ชิลี = ซื้อ 10 ตัน
🇬🇭 กานา = ซื้อ 7 ตัน
🇲🇾 มาเลเซีย = ซื้อ 6 ตัน
🇰🇭 กัมพูชา = ซื้อ 3 ตัน
🇷🇸 เซอร์เบีย = ซื้อ 3 ตัน
🇧🇴 โบลิเวีย = ซื้อ 2 ตัน
🇯🇴 จอร์แดน = ซื้อ 2 ตัน
🇮🇩 อินโดนีเซีย = ซื้อ 2 ตัน
🇮🇶 อิรัก = ซื้อ 1 ตัน
โปแลนด์ยังเป็นหนึ่งในผู้ซื้อรายใหญ่ โดยข้อมูลถึงสิ้นเดือนกรกฎาคมระบุว่าโปแลนด์ซื้อทองคำสะสมในปีนี้ประมาณ 90 ตัน ขณะที่จีนเพิ่มทองคำในทุนสำรองอีก 20 ตันในเดือนกรกฎาคม ทำให้ยอดซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ประมาณ 60 ตัน
ไม่ใช่แค่เรื่องราคาทอง
การที่ธนาคารกลางซื้อทองคำจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าแต่ละประเทศกำลังเก็งกำไรราคาทองคำในระยะสั้น
เหตุผลสำคัญคือ การบริหารทุนสำรองระหว่างประเทศและการกระจายความเสี่ยง
ทองคำแตกต่างจากพันธบัตรรัฐบาลหรือสินทรัพย์ทางการเงินบางประเภท เพราะไม่ได้มีผู้ออกตราสารที่ต้องชำระหนี้ให้ผู้ถือทองคำ
ด้วยเหตุนี้ ทองคำจึงถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเผชิญความไม่แน่นอนทั้งด้านเศรษฐกิจ การเงิน ภูมิรัฐศาสตร์ และการค้า
จีนเร่งสะสมทองคำต่อเนื่อง
ข้อมูล World Gold Council ระบุว่า ธนาคารกลางจีนเพิ่มทองคำในทุนสำรองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ในเดือนกรกฎาคม และเพิ่มอีกประมาณ 20 ตันในเดือนดังกล่าว
ยอดทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 2,366 ตัน หรือคิดเป็นประมาณ 8% ของทุนสำรองทั้งหมด
ขณะที่โปแลนด์เดินหน้าสะสมทองคำอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยตั้งเป้าทองคำสำรองไว้ที่ 700 ตัน
ประเทศอื่นก็เดินหน้าเช่นกัน
นอกจากจีนและโปแลนด์แล้ว ยังมีธนาคารกลางของอุซเบกิสถาน คาซัคสถาน สาธารณรัฐเช็ก มาเลเซีย โบลิเวีย และประเทศอื่น ๆ ที่มีการเพิ่มทองคำในทุนสำรอง
ข้อมูล ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ระบุว่าโปแลนด์มีทองคำเพิ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปีประมาณ 82 ตัน อุซเบกิสถานประมาณ 41 ตัน จีนประมาณ 40 ตัน และคาซัคสถานประมาณ 27 ตัน
ขณะที่สาธารณรัฐเช็ก สิงคโปร์ ชิลี จอร์แดน และกานา ก็เป็นกลุ่มประเทศที่มีการซื้อทองคำเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ทำไมต้องซื้อทองคำในช่วงที่โลกผันผวน?
World Gold Council ระบุว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางยังสนใจทองคำ ได้แก่
- กระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง
การถือสินทรัพย์หลายประเภทช่วยลดการพึ่งพาสินทรัพย์หรือสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งมากเกินไป
- รับมือความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สงคราม และมาตรการคว่ำบาตรสามารถส่งผลต่อระบบการเงินระหว่างประเทศ ทองคำจึงถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง
- เป็นสินทรัพย์สำรองระยะยาว
ทองคำถูกถือครองโดยธนาคารกลางมาเป็นเวลานาน และสามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองในช่วงที่ตลาดการเงินเกิดความผันผวน
- ลดการกระจุกตัวของทุนสำรอง
การเพิ่มทองคำทำให้โครงสร้างทุนสำรองมีความหลากหลายมากขึ้น
แล้วคนไทยต้องเตรียมตัวอย่างไร?
การที่ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำ ไม่ได้หมายความว่าประชาชนจำเป็นต้องนำเงินทั้งหมดไปซื้อทองคำตาม
สำหรับคนทั่วไป สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการมีเงินสำรองฉุกเฉิน และบริหารภาระหนี้ โดยเฉพาะหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง
ส่วนเงินลงทุนควรกระจายไปยังสินทรัพย์หลายประเภทตามความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้
ทองคำสามารถเป็นหนึ่งในสินทรัพย์สำหรับกระจายความเสี่ยงของพอร์ต แต่ราคาทองคำสามารถปรับตัวลงได้เช่นเดียวกับสินทรัพย์อื่น
คนไทยต้องจับตา “เงินบาท” ด้วย
สำหรับประเทศไทย ยังมีอีกปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำในประเทศ นั่นคือ อัตราแลกเปลี่ยน
ราคาทองคำในประเทศไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาทองคำในตลาดโลกเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับผลจากค่าเงินบาทด้วย
หากราคาทองคำโลกปรับตัวขึ้น แต่เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก ผลตอบแทนของทองคำเมื่อคำนวณเป็นเงินบาทอาจแตกต่างจากการเคลื่อนไหวของทองคำในตลาดโลก
ในทางกลับกัน หากเงินบาทอ่อนค่า ราคาทองคำในประเทศอาจได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม แม้ราคาทองคำโลกจะไม่ได้ปรับขึ้นมากนัก
ธนาคารกลางกำลังบอกอะไรกับตลาด?
ข้อมูลจาก World Gold Council ระบุว่า 89% ของธนาคารกลางที่ตอบแบบสำรวจคาดว่าปริมาณทองคำสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ขณะที่สัดส่วนธนาคารกลางที่คาดว่าจะเพิ่มทองคำสำรองของตัวเองอยู่ที่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ 45%
ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าทองคำยังถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์บริหารทุนสำรองในระยะยาว
ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่อง “ทองคำราคาแพงขึ้นหรือจะขึ้นต่อหรือไม่” แต่เป็นเรื่องของการบริหารความเสี่ยงของระบบการเงินโลก
สำหรับนักลงทุนทั่วไป บทเรียนสำคัญคือการกระจายความเสี่ยง ไม่พึ่งพาสินทรัพย์ประเภทเดียว และต้องพิจารณาทั้งราคาสินทรัพย์ ค่าเงิน และความเสี่ยงของตลาดควบคู่กัน
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: World Gold Council, IMF และข้อมูลจากธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ
#วิหคนิวส์ #ทองคำ #ธนาคารกลาง #เศรษฐกิจโลก #ทุนสำรองระหว่างประเทศ #จีน #โปแลนด์ #เงินบาท #การลงทุน
