ข่าวประจำวัน » “ทักษิณ” เก็บทรง! ลอยตัวเหนือเกมรุก “ธรรมนัส” จับตาเงื่อนไขพิเศษ บีบอดีตนายกฯ เลือก “นิ่ง” ประคองเกมเพื่อไทย

“ทักษิณ” เก็บทรง! ลอยตัวเหนือเกมรุก “ธรรมนัส” จับตาเงื่อนไขพิเศษ บีบอดีตนายกฯ เลือก “นิ่ง” ประคองเกมเพื่อไทย

8 October 2026
7   0

7 ต.ค. 2569

การปรากฏตัวของ “ทักษิณ ชินวัตร” ในช่วงนี้กำลังกลายเป็นภาพที่น่าจับตา เพราะต่างจากช่วงแรกหลังเดินทางกลับประเทศไทยอย่างเห็นได้ชัด

จากอดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยเดินสายพบปะผู้คน ให้สัมภาษณ์ และส่งสัญญาณทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง วันนี้ “ทักษิณ” กลับเลือกวางตัวนิ่งมากขึ้น ลดวาทกรรม ลดการปะทะ และแทบไม่กระโจนลงไปเล่นเกมการเมืองรายวัน

คำถามจึงเกิดขึ้นทันทีว่า

นี่คือการ “ปล่อยวาง” หลังผ่านมรสุมการเมืองและคดีความ หรือเป็นการ “เก็บทรง” เพราะรู้ดีว่าทุกย่างก้าวในเวลานี้มีต้นทุนสูงกว่าที่เคย?

ยิ่งในจังหวะที่ “ธรรมนัส พรหมเผ่า” และพรรคกล้าธรรม เริ่มขยับหมากทางการเมืองหนักขึ้น พยายามสร้างพื้นที่ของตัวเองในฐานะตัวเลือกใหม่ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ถืออำนาจรัฐบาล

สมการนี้ยิ่งทำให้ทุกสายตาหันกลับมาจับ “ทักษิณ” ว่าจะขยับอย่างไร

⸻

🔥 จากคนสร้างวาทกรรม สู่โหมด “เก็บทรง”

หลังกลับประเทศไทย ภาพของทักษิณในช่วงหนึ่งคือการกลับมาเป็นศูนย์กลางความสนใจอย่างรวดเร็ว

แทบทุกการเคลื่อนไหวสามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองได้

แต่ภาพในระยะหลังแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน

ล่าสุดมีทั้งการปรากฏตัวร่วมกับ “เสก โลโซ” ในบรรยากาศสบายๆ ก่อนที่เช้าวันถัดมาจะเดินทางไปศาลภาษีอากรกลาง เพื่อขึ้นเบิกความในคดีข้อพิพาทภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปฯ

สองภาพที่เกิดขึ้นติดกันสะท้อนสถานะของทักษิณได้อย่างน่าสนใจ

ด้านหนึ่งคือชีวิตส่วนตัวที่พยายามกลับเข้าสู่ความเป็นปกติ

แต่อีกด้านหนึ่งคือ คดีความซึ่งยังเดินตามอยู่ทุกย่างก้าว

การปรากฏตัวเหล่านี้จึงอาจถูกตีความเชิงการเมืองได้ว่า แม้ทักษิณจะไม่ได้ออกมาประกาศบทบาทอย่างโจ่งแจ้ง แต่ยังคงส่งสัญญาณว่า

“ผมยังอยู่”

⸻

🚨 แต่คดีเก่ายังเป็น “กรอบ” จำกัดการเคลื่อนไหว

สิ่งสำคัญคือ สถานะของทักษิณในวันนี้ไม่ได้เหมือนในอดีต

คดีและข้อพิพาทหลายเรื่องยังเป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึง

ล่าสุดเจ้าตัวเพิ่งขึ้นศาลภาษีอากรกลางในคดีที่เกี่ยวข้องกับภาษีหุ้นชินคอร์ปฯ ซึ่งกรมสรรพากรเรียกเก็บรวมกว่า 17,000 ล้านบาท

ฝ่ายทักษิณกำลังต่อสู้เพื่อขอคุ้มครองทรัพย์สินชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดี

ขณะเดียวกันประเด็นทางกฎหมายและคดีการเมืองอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้น ก็ยังทำให้ชื่อ “ทักษิณ” ไม่อาจแยกออกจากสมรภูมิกฎหมายได้อย่างสมบูรณ์

ดังนั้น การขยับตัวทางการเมืองทุกครั้ง จึงอาจต้องคำนวณมากกว่าสมัยที่สามารถเดินเกมได้อย่างอิสระ

💥 “ยิ่งลักษณ์” อีกแรงกดดันจากคดีจำนำข้าว

นอกจากตัวทักษิณเองแล้ว เรื่องของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีและน้องสาว ก็ยังเป็นอีกตัวแปรหนึ่งในสมการครอบครัวชินวัตร

หลังมีความเคลื่อนไหวทางคดีเกี่ยวกับความรับผิดจากโครงการรับจำนำข้าว ยิ่งทำให้ปัจจัยด้านกฎหมายยังเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ครอบครัวต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

เมื่อทั้งเกมการเมืองและเกมกฎหมายเคลื่อนพร้อมกัน จึงไม่น่าแปลกที่ทักษิณจะเลือก “ลดแรงปะทะ” มากกว่าจะเดินเกมเปิดหน้าชน

⸻

⚡ “ธรรมนัส” ขยับหมาก แทงเข้ากลางพื้นที่การเมืองเดิม

ในเวลาเดียวกัน พรรคกล้าธรรม กำลังขยายบทบาททางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

ภาพของ “ธรรมนัส” ที่เดินเกมรุก กำลังทำให้เกิดการจับตาว่า พรรคกล้าธรรมต้องการสร้างตัวเองให้กลายเป็น ตัวเลือกใหม่ของกลุ่มการเมืองและฐานเสียงที่กำลังมองหาขั้วอำนาจใหม่หรือไม่

ยิ่งเมื่อพรรคภูมิใจไทยอยู่ในฐานะแกนนำรัฐบาล การมีพรรคการเมืองอีกขั้วหนึ่งขยายตัวขึ้นมาขนาบ ย่อมกระทบโดยตรงต่อสมการอำนาจในอนาคต

และโดยธรรมชาติของสนามการเมือง

พื้นที่ที่พรรคหนึ่งยึดเพิ่มขึ้น ย่อมหมายถึงพื้นที่ของอีกพรรคหนึ่งที่อาจถูกเบียดออก

สำหรับ พรรคเพื่อไทย ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูและจัดระเบียบฐานการเมืองใหม่ การขยายตัวของคู่แข่งจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม

โดยเฉพาะเมื่อคนที่เคยมีสถานะเป็น “ผู้คุมเกม” อย่างทักษิณ ไม่ได้สามารถลงมาเดินหมากอย่างเปิดเผยเหมือนในอดีต

🔥 จาก “ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้” สู่เกมที่ต้องคิดทุกก้าว

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ครั้งนี้แตกต่าง คืออำนาจต่อรองของทักษิณไม่ได้อยู่ในบริบทเดียวกับหลายปีก่อน

ในอดีตชื่อ “ทักษิณ” เพียงชื่อเดียวสามารถกำหนดทิศทางการเมืองภายในเครือข่ายได้อย่างมหาศาล

แต่วันนี้สนามเปลี่ยนไปแล้ว

มีทั้งขั้วภูมิใจไทย

มีพรรคกล้าธรรมที่กำลังรุก

มีฝ่ายค้านที่ต้องการช่วงชิงพื้นที่

และยังมีเงื่อนไขทางกฎหมายอีกหลายชั้น

ทำให้เกมแบบ “ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้” ไม่สามารถใช้งานได้ง่ายเหมือนเดิม

ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดจึงอาจไม่ใช่การเดินหน้าชน

แต่คือ การนิ่ง รอดู และรักษาพื้นที่ของตัวเอง

⸻

🚨 “เกรงใจอนุทิน” หรือมีตัวกลางประคองสัมพันธ์?

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงในแวดวงการเมือง คือความสัมพันธ์ระหว่าง ทักษิณ กับ อนุทิน ชาญวีรกูล

มีการอ้างข้อมูลจากบุคคลใกล้ชิดว่า ทักษิณพยายามหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่อาจกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลอนุทิน

พร้อมมีข้อสังเกตว่า ทั้งสองฝ่ายมีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือร่วมกัน ซึ่งอาจมีบทบาทช่วยประสานและประคองความสัมพันธ์

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็น ข้อมูลจากแหล่งข่าวและการวิเคราะห์ทางการเมือง มิใช่ข้อยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งสองฝ่าย

แต่หากข้อมูลดังกล่าวสะท้อนสถานการณ์จริง ก็อาจช่วยอธิบายได้ว่า ทำไมทักษิณจึงเลือกไม่เปิดศึกกับรัฐบาลในเวลานี้

เพราะการรักษาความสัมพันธ์ อาจให้ประโยชน์มากกว่าการเปิดแนวรบใหม่

⸻

💥 “เตมีย์ใบ้” ทางเลือกที่อาจดีที่สุดในเวลานี้

การสงบปากสงบคำของทักษิณจึงอาจไม่ได้หมายความว่า หมดบทบาททางการเมือง

ตรงกันข้าม

การไม่พูด อาจเป็นหมากการเมืองชนิดหนึ่ง

เมื่อทุกคำพูดสามารถถูกนำไปขยายผล ทุกการเคลื่อนไหวสามารถสร้างแรงกระเพื่อม และทุกสัญญาณอาจถูกคู่แข่งหยิบไปใช้ประโยชน์

การเล่นบท “เตมีย์ใบ้” จึงอาจเป็นกลยุทธ์ที่มีต้นทุนต่ำที่สุด

นิ่งไว้ก่อน

ไม่เปิดหน้า

ไม่สร้างศัตรูเพิ่ม

และปล่อยให้พรรคเพื่อไทยเดินกระบวนการฟื้นฟูของตัวเอง

⚡ เพื่อไทยต้องฟื้น ขณะที่ “เจ้าของแบรนด์” ต้องถอยครึ่งก้าว

นี่อาจเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดของพรรคเพื่อไทยในเวลานี้

พรรคจำเป็นต้องสร้างความแข็งแรงของตัวเองขึ้นมาใหม่ โดยไม่สามารถพึ่งพาบารมีทักษิณเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป

ขณะเดียวกันทักษิณเองก็ต้องหาจุดสมดุล

หากเข้ามาใกล้เกินไป พรรคอาจถูกวิจารณ์ว่ายังอยู่ใต้เงาของบุคคลเดิม

แต่หากถอยออกไปไกลเกินไป ก็เสี่ยงเสียพื้นที่ทางการเมืองให้คู่แข่ง

จึงกลายเป็นเกมที่ต้อง

“อยู่ให้เห็น แต่ไม่ขยับให้แรง”

⸻

🔥 จับตา “เงื่อนไขพิเศษ” เกมนี้อาจยังมีมากกว่าที่เห็น

สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้ คือเหตุผลที่แท้จริงของความนิ่งของทักษิณ

เป็นเพียงการปรับบทบาทหลังผ่านวิกฤต?

เป็นผลจากข้อจำกัดทางคดี?

เป็นการรักษาความสัมพันธ์กับรัฐบาลอนุทิน?

หรือมี “เงื่อนไขพิเศษ” ทางการเมืองบางอย่างที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องรักษาระยะห่างและไม่เปิดศึกกันตรงๆ

คำตอบยังไม่ปรากฏชัด

แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้คือ ทักษิณในวันนี้ ไม่ได้เล่นเกมแบบทักษิณในอดีต

เขาพูดน้อยลง

ปรากฏตัวเท่าที่จำเป็น

หลีกเลี่ยงการสร้างวาทกรรมใหญ่

และพยายามลอยตัวอยู่เหนือสงครามรายวัน

ท่ามกลาง “ธรรมนัส” ที่กำลังเดินเกมรุก “อนุทิน” ที่กุมอำนาจรัฐบาล และ “เพื่อไทย” ที่ต้องเร่งกู้พื้นที่ของตัวเองกลับคืนมา

เกมนี้จึงอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครเดินหมากเร็วที่สุด

แต่อยู่ที่ว่า

ใครสามารถ “เก็บทรง” และรอจังหวะได้นานที่สุด โดยไม่เสียกระดานไปก่อน

สำนักข่าววิหคนิวส์

อ้างอิง: สยามรัฐ

#ทักษิณ #ธรรมนัส #พรรคกล้าธรรม #อนุทิน #พรรคภูมิใจไทย #พรรคเพื่อไทย #ยิ่งลักษณ์ #การเมืองไทย #เกมการเมือง #เงื่อนไขพิเศษ #ข่าวการเมือง #วิหคนิวส์ #สยามรัฐ