เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ในการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เกิดการทักท้วงการทำหน้าที่ของ นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการฯ ระหว่างการอ่านระเบียบวาระการประชุม
“ศุภชัย” ทักอำนาจประธาน
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ยกมือทักท้วง พร้อมระบุว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ได้ยื่นหนังสือถึงประธานเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นต่อการดำเนินงานของประธาน กมธ. และขอให้ที่ประชุมพิจารณาหนังสือดังกล่าวก่อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับวาระที่ 3
นายศุภชัยระบุว่า ประธานกรรมาธิการไม่มีอำนาจพิเศษเหนือกรรมาธิการคนอื่น และการดำเนินการบางเรื่องต้องผ่านการวินิจฉัยหรือมติของที่ประชุม
พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินการของประธาน โดยเฉพาะกรณี เรื่องสินบน 40 ล้านบาท ซึ่งนายศุภชัยระบุว่ายังไม่มีการขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับเรื่องดังกล่าวหรือไม่ จึงต้องการให้การทำงานของคณะกรรมาธิการกลับมาอยู่ในกรอบที่เหมาะสม
รังสิมันต์ขอให้กระชับ ก่อนปิดไมโครโฟน
ระหว่างการชี้แจง นายรังสิมันต์ขอให้นายศุภชัยอธิบายประเด็นอย่างกระชับ และให้ที่ประชุมเดินหน้าตามระเบียบวาระ
อย่างไรก็ตาม นายศุภชัยยังคงอภิปรายต่อ ทำให้นายรังสิมันต์ ปิดไมโครโฟนในที่ประชุม
ขณะที่นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สนับสนุนหนังสือทักท้วงของนายศุภชัย โดยเห็นว่าเป็นการทักท้วงเพื่อให้การทำงานของ กมธ.เป็นไปอย่างราบรื่น
พร้อมตั้งคำถามว่า เรื่องที่มีการยื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการกี่คณะ และอยู่ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการการกฎหมายหรือไม่
ตั้งประเด็น “คู่กรณี” กับ สส.ภูมิใจไทย
นายณัฐวุฒิระบุว่า นายรังสิมันต์เป็นคู่กรณีโดยตรงกับ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย จากการโต้เถียงกันในการประชุมรัฐสภาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
จึงตั้งคำถามถึงการที่นายรังสิมันต์ใช้อำนาจในฐานะประธานบรรจุเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการฯ โดยไม่ได้ผ่านมติที่ประชุม และตั้งคำถามว่าการดำเนินการดังกล่าวเหมาะสมกับตำแหน่งประธานหรือไม่
“ทวี” ชี้แต่ละ กมธ.มีอำนาจหน้าที่ของตัวเอง
ด้านนายทวี สอดส่อง กล่าวว่า คณะกรรมาธิการแต่ละคณะมีภารกิจและอำนาจหน้าที่ของตัวเอง และบางเรื่องอาจไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการนั้น จึงควรพิจารณาให้เกิดความชัดเจน
นายณัฐวุฒิยังกล่าวถึงการทำหน้าที่ของนายรังสิมันต์ โดยระบุว่ามีลักษณะคล้ายการไต่สวนบุคคลที่ได้รับเชิญมาให้ข้อมูลใน กมธ. ซึ่งแตกต่างจากการรวบรวมข้อเท็จจริง
พร้อมยกกรณี นายชัยชนก ชิดชอบ ซึ่งไม่ได้เข้าชี้แจงตามคำเชิญ และนายรังสิมันต์ออกมาให้สัมภาษณ์ตำหนิ โดยนายณัฐวุฒิใช้คำเปรียบเปรยว่า “หมาป่ากระดูกแก่”
“ศุภชัย” ย้ำเป็นหนังสือทักท้วงโดยตรง
นายศุภชัยย้ำว่า หนังสือที่ยื่นต่อประธานเป็น การทักท้วงโดยตรงต่อการทำงานของประธาน ไม่ใช่การหารือทั่วไป
พร้อมขอให้นายรังสิมันต์วินิจฉัยให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยระบุว่า หากเดินหน้ากระบวนการที่ไม่ชอบ ก็อาจกลายเป็นแนวทางการทำงานต่อไป
รังสิมันต์วินิจฉัย เดินหน้าตามระเบียบวาระ
นายรังสิมันต์ชี้แจงว่า จะดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ เนื่องจากประเด็นข้อทักท้วงสามารถนำไปหารือในวาระอื่นได้ พร้อมระบุว่าเพิ่งเห็นหนังสือทักท้วงในช่วงเช้า และยังไม่มีเวลาอ่านรายละเอียดทั้งหมด
จากนั้นนายรังสิมันต์วินิจฉัยว่า ข้อทักท้วงจะนำไปหารือในวาระอื่น และให้ที่ประชุมเดินหน้าตามระเบียบวาระ
ขณะนั้นที่ประชุมอยู่ระหว่างพิจารณา วาระที่ 3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการศึกษาปัญหาสินบน มาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมถึงการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัล ก่อนดำเนินการประชุมต่อไปตามปกติ
สำนักข่าววิหคนิวส์
อ้างอิง: การประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน วันที่ 7 ตุลาคม 2569
#ศุภชัยใจสมุทร #รังสิมันต์โรม #กมธกฎหมาย #สินบน40ล้าน #ภูมิใจไทย #พรรคประชาชน #รัฐสภา #กรรมาธิการ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #สำนักข่าววิหคนิวส์
